ฮดสรง จารีตที่ถูกห้ามเมื่อคณะสงฆ์ส่วนกลางพยายามเปลี่ยนอีสานให้เป็นไทย

 711 รวมเข้าชม

]

ฮดสรง จารีตที่ถูกห้ามเมื่อคณะสงฆ์ส่วนกลางพยายามเปลี่ยนอีสานให้เป็นไทย
ฮดสรง มองอย่างทั่ว ๆ ไป พิธีกรรมหลักก็คือ “น้ำ” เป็นหัวใจสำคัญของการประกอบพิธีกรรม น้ำกับคนอาคเนย์สัมพันธ์กันอย่างมิอาจแยกขาด ตำนานอาหารการกินของคนลุ่มน้ำโขงก็คือน้ำ เช่น ตำนานยักษ์สะลึคึที่มีอวัยวะเพศอันมหึมาเป็นเอกลักษณ์ก่อการเป็นผู้คนของลุ่มน้ำสายนี้ ในด้านการเมืองน้ำยังเข้าไปเป็นส่วนทำให้สถานะของมนุษย์เปลี่ยนไปสู่ภาวะตัวแทนเทพ เช่น พิธีราชาภิเษก รวมทั้งประเพณีอื่น ๆ ที่เนื่องด้วยน้ำ ลอยกระทง สงกรานต์ เป็นต้น
พิธีกรรมฮดสรงนั้น แม้ไม่สามารถระบุว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตอนไหน แต่เรามีต้นเค้าและหลักฐานที่อธิบายได้ถึงพลวัตประเพณีอดสรงว่าอยู่กับวัฒนธรรมลาว อีสาน มานานนับร้อยปี และยังเป็นจารีตร่วมเดียวกันกับที่ปรากฏในล้านาและเชียงตุงด้วย
อิทธิพลที่ส่งผลต่อประเพณีฮดสรงหากมองตามรูปแบบพิธีกรรมจะพบถึงผสมทั้งพุทธ พราหมณ์และผี หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงตันตริกและร่องรอยวัชรยานในอุษาคเนย์ในพิธีกรรมนี้คือ “หมวกกาบ” อันเป็นสิ่งหลงเหลืออยู่ของแนวปฏิบัติดังกล่าวคือความเชื่อเรื่อง “อาทิพระพุทธเจ้า” แต่ตรงนี้รายละเอียดของพิธีกรรมจะแปลกแยกไปตามท้องถิ่น ซึ่งหากมองผ่านประวัติศาสตร์สิ่งนี้ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมปาละ และก็ยังปรากฏร่องรอยนี้ในเชียงใหม่ด้วยที่พบพระพุทธรูปใส่มงกุฏลักษณะหมวกกาบ
เมื่อการฮดสรงประกอบขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของรัฐจารีตในอดีต เช่น ล้านนา ล้านช้าง หมายความว่า การประกอบพิธีกรรมเกิดขึ้นจากรัฐเป็นส่วนหนึ่งและประชาชนร่วมด้วย ดังจะพบว่าลำดับขึ้นของพระสงฆ์ที่มีชื่อเรียกและหน้าที่ต่างกันไปตามคุณสมบัติด้วย บางตำแหน่งระบุหน้าที่ไว้เป็นเฉพาะว่าเป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์
ในอีกด้านหนึ่งอาจารย์ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ให้ความเห็นว่าในตัวพิธีกรรมสำคัญมากเพราะชาวเป็นคนทำเองไม่ใช่รัฐ กล่าวคือชาวบ้านเป็นคนยกย่องพระสงฆ์รูปนั้น ๆ ที่พวกเขาเคารพขึ้นสู่พิธีเถราภิเษก
เหตุใดฮดสรงจึงถูกห้ามในอีสาน ?
แน่นอนว่าเพราะเป็นสิ่งรัฐไม่ต้องการ ถ้าเราย้อนเวลากลับไปช่วงการเปลี่ยนดินแดนอีสาน ล้านนาให้เป็นไทย จะพบว่าอิทธิพลของสยามพยายามลดและตัดสิ่งที่ไม่ใช่ไทยออกไป
แน่นอนเช่นกันว่า ฮดสรงก็เป็นหนึ่งสิ่งที่ไม่ใช่ไทยจึงถูกทำให้หมดไปในช่วงเวลานั้น เพราะรัฐไทยต้องการการรวมศูนย์การปกครอง ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เรื่อยมาจนถึงยุคเปลี่ยนการปกครอง นั่นหมายความว่า อำนาจของการเลือกพระเถระของประชาชนถูกเอากลับไปสู่อำนาจรัฐ โดยมีรูปแบบปกครองใหม่ ธรรมเนียมใหม่ จารีตใหม่ที่ได้รับรองจากรัฐแล้ว คือรัฐเป็นควบคุมหรือบอกว่าสิ่งนี้ดี สิ่งนี้ไม่ดี อันนี้ควรถอดหรือยกเลิก ประชาชนมีหน้าที่ปฏิบัติตาม
หลักฐานสำคัญที่ชี้เห็นว่ารัฐส่วนกลางพยายามลดทอนจารีตนี้ลงคือมติการประชุมร่วมระหว่างฝ่ายบ้านเมืองมีพระยาวิเศษสิงหนาท สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุบลราชธานี กับ ฝ่ายสงฆ์มีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) เมื่อยังดำรงสมณศักดิ์ที่พระราชมุนี มหาสังฆปาโมกข์ และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะมณฑลอุบลราชธานี ในวันที่ 9 เมษายน 2456 จากผลการประชุมดังกล่าวนำไปสู่การประกาศเลิกสมณยศอย่างโบราณ
ใจความสำคัญของการยกเลิกยศแบบอีสานโบราณนั้นเพราะมีความเห็นว่าเป็นของลาวและเจ้าลาว อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับ พรบ การปกครององค์กรสงฆ์ที่ใช้อยู่ด้วย
ในประเด็นผู้เขียนอยากชวนผ่านตัวตนของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) ว่าแม้ท่านจะเป็นอุบลราชธานี แต่ท่านได้รับการศึกษาตามแบบคณะสงฆ์สมัยใหม่แล้ว และได้รับหน้าที่อำนาจการปกครองคณะสงฆ์ และทำงานร่วมกันกับรัฐจึงมีความเป็นไปได้ที่ท่านจะทำงานคณสงฆ์เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐหรือส่วนกลาง
ดังเห็นได้จากหลัง “กบฏบวรเดช” เมื่อ พ.ศ. 2476 นายพันตรีหลวงชำนาญยุทธศาสตร์ (ผิน ชุณหะวัณ) นิมนต์ท่านไปพำนักชั่วคราวยังวัดสุทธวรารามที่นครราชสีมา เพื่อให้สมเด็จพระมหาวีระวงศ์ “…เทศนาสั่งสอนและอบรมบรรดาข้าราชการและประชาชนให้ตั้งอยู่ในความสงบไม่แตกความสามัคคีและอิจฉาริษยาซึ่งกันและกัน ให้ถือว่าคนในชาติไทยเสมือนเป็นพี่น้องกันมาแต่อดีต นอกจากนี้ให้เลิกอาฆาตและให้อภัยต่อเหตการณ์ที่แล้วมาเสียให้หมดสิ้น…”
งานวิจัยเรื่อง ภาวะผู้นำของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) อธิบายถึงการทำงานสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) ภายใต้อุดมการณ์รัฐไทยช่วงประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี
“ฮดสรง” ผ่านอดีต ปัจจุบันและอนาคต ?
ถึงแม้การฮดสรงจะถูกยกเลิกไป แต่ประเพณีดังกล่าวก็ยังคงถือปฏิบัติมาในภาคอีสานและตลอดทั้งภาคเหนือ แม้จะไม่มีการสนับสนุนจากรัฐ สิ่งนี้สะท้อนการต่อสู้ทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ประชาชนมีต่อรัฐ กล่าวคือ ถึงรัฐต้องควบคุมกิจกรรมบางอย่างของประชาชนแต่ประชาชนก็ยังแสดงตัวตนผ่านประเพณีและวัฒนธรรม การขัดขืนนี้ผู้เขียนมองว่าไม่ใช่เป็นการต้านอำนาจรัฐอย่างสิ้นเชิงแต่เป็นการขัดขืนเพื่อที่จะรักษาอัตลักษณ์ความเชื่อของประชาชน
ปัจจุบันเราพบว่าพระสงฆ์รับทั้งอำนาจรัฐและรับทั้งอำนาจจากประชาชน หากพูดตามตรงก็คือไม่ได้แยกขาดกันโดยสิ้นชิง เพราะฝ่ายรัฐให้อำนาจสมณศักดิ์ผ่านกลไกการปกครองสงฆ์ ส่วนการฮดสรงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านทำขึ้น และพระสงฆ์บางรูปก็รับเอาทั้งสองอย่าง เช่นว่า เมื่อได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์นอกจากจัดพิธีเจริญพุทธมนต์ทั่ว ๆ ไปแล้ว บางแห่งก็จัดพิธีฮดสรงนี้เสริมเข้ามาด้วย หรือบางรูปที่ไม่มีสมณศักดิ์ก็จัดพิธีนี้ตามที่บรรดาลูกศิษย์ทำขึ้นตามวาระโอกาส
หากเรามองไปข้างหน้า อดีตที่ผ่านมาเราได้เห็นการทำงานของวาทกรรมความเป็นไทยที่พยายามลดทอน กีดกันวัฒนธรรมอื่น ๆ ให้เป็นสิ่งต้องห้าม ฮดสรงเป็นเพียงหนึ่งปรากฏการณ์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ซึ่งการละเลยสิ่งนี้ทำให้พุทธศาสนาไทยขาดการเชื่อมโยง มองไม่เห็นการแลกเปลี่ยนและผสมผสาน ซึ่งขาดมิติของประชาชน เป็นการนำเอาศาสนาของชนชั้นนำมาครอบประชาชน นำไปสู่ปัญหาโครงสร้างการปกครอง ปัญหาเหล่านี้ ทำให้เราไม่สามารถอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในพุทธศาสนาที่ล้านนา เเละภูมิภาคอื่นๆ ด้วย
ผู้เขียน
พระปลัดอภิเชษฐ์ สุภทฺรวาที
Connect with us, Connect the world.
#ASCNEXT 2023 moving to centre of the PEOPLE
___
Facebook : Mcu Asean
Twitter : ascmcu
IG: ascmcu

ASEAN Studies Centre

นายเรโนล์ เมเยอร์ ผู้แทน UNDP (United Nations Development Programme) ประจำประเทศไทย เยือนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ

 354 รวมเข้าชม

]

ศูนย์อาเซียนศึกษา
ขอเรียนเชิญูบริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่และผู้สนใจทุกท่าน
ให้เกียรติต้อนรับ
นายเรโนล์ เมเยอร์ ผู้แทน UNDP
(United Nations Development Programme) ประจำประเทศไทย
ในโอกาสเยือนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ
และร่วมการประชุมความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Corporate Sustainability Meeting)
ในการนี้ พระเดชพระคุณ พระธรรมวัชรบัณฑิต, ศ.ดร., อธิการบดี เป็นประธาน มีผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการสถาบัน วิทยาลัย สำนักและคณาจารย์เข้าร่วมโดยคำสั่งมอบหมายของอธิการบดี
เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
ณ ห้องประชุม 401 สำนักงานอธิการบดี
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
กราบเรียนมาด้วยความเคารพอย่างสูง
ศูนย์อาเซียนศึกษา
Connect with us, Connect the world.
#ASCNEXT 2023 moving to centre of the PEOPLE
___
Facebook : Mcu Asean
Twitter : ascmcu
IG: ascmcu

 

 

Connect with us, Connect the world.
#ASCNEXT 2023 moving to centre of the PEOPLE
___
Website: http://asc.mcu.ac.th
Facebook : Mcu Asean
Twitter : ascmcu
IG: ascmcu

ASEAN Studies Centre

พิธีถวายมุทิตาสักการะ พระราชวัชรสารบัณฑิต, รศ.ดร. (ประสาร จนฺทสาโร) รองอธิบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 391 รวมเข้าชม

วันเสาร์ที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๓๐ น. คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้เข้าร่วม พิธีถวายมุทิตาสักการะ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชวัชรสารบัณฑิต, รศ.ดร. (ประสาร จนฺทสาโร) รองอธิบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการประจำวิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม ณ วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ดูรูปภาพเพิ่มเติม>>

Facebook Page>>

The post พิธีถวายมุทิตาสักการะ พระราชวัชรสารบัณฑิต, รศ.ดร. (ประสาร จนฺทสาโร) รองอธิบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย appeared first on วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม.

วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม

รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ เป็นประธานนำพระสงฆ์ผู้เข้าอบรมพระธรรมทูตทำวัตรสวดมนต์เย็น

 388 รวมเข้าชม

]วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๘.๐๐ น. พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ประธานกรรมการดำเนินงานอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ เป็นประธานสงฆ์นำผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ วิทยาลัยพระธรรมทูตและกองวิเทศสัมพันธ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ผู้เข้าอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่นที่ ๒๙ ทำวัตรสวดมนต์เย็น และเจริญเมตตาภาวนา ณ บริเวณลานธรรม มหาจุฬาอาศรม ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา  โอกาสนี้ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ เป็นประธานนำสวดมนต์บทพิเศษ อาทิ รัตนสูตร กรณียเมตตสูตร โมรปริตร วัฏฏกปริตร อาฏานาฏิยปริตร ธัมมจักกัปวัตนสูตร ขอกัลยาณมิตรทานบดีทุกท่านเจริญการอนุโมทนาในบุญกิริยานี้เทอญฯ ข่าว : วิทยาลัยพระธรรมทูต รายงาน :  นายลิขิต บุญละคร ภาพ : นายลิขิต บุญละคร

วิทยาลัยพระธรรมทูต : Dhammaduta College

รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ บรรยายธรรม

 373 รวมเข้าชม

]วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๙.๐๐ น. หลังจากที่ พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ประธานกรรมการดำเนินงานอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ เป็นประธานสงฆ์นำผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ วิทยาลัยพระธรรมทูตและกองวิเทศสัมพันธ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ผู้เข้าอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่นที่ ๒๙ ทำวัตรสวดมนต์เย็น และเจริญเมตตาภาวนา เสร็จแล้ว ต่อมา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ได้เล่าประวัติความเป็นมาของมหาจุฬาอาศรม และบรรยายธรรมเรื่อง การศึกษาปฏิบัติธรรมให้เชื่อมสัมพันธ์กัน” แก่ พระสงฆ์ผู้เข้ารับการอบรมพระธรรมทูตรุ่นที่ ๒๙ ณ บริเวณลานธรรม มหาจุฬาอาศรม ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ฯ ข่าว : วิทยาลัยพระธรรมทูต รายงาน :  นายลิขิต บุญละคร ภาพ : นายลิขิต บุญละคร

วิทยาลัยพระธรรมทูต : Dhammaduta College

ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่องการสรรหา การคัดเลือก และการทดลองปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๔๒

 588 รวมเข้าชม

]

ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เรื่อง การสรรหา การคัดเลือก และการทดลองปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๔๒

———————–

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟเพื่อให้การบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา การคัดเลือก และการทดลองปฏิบัติงาน ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพบรรลุวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัย

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟอาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ และข้อ ๒๔ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๑ และมติคณะกรรมการ บริหารงานบุคคล ในคราวประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ การแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๑ ให้อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารงานบุคคลเป็นผู้แต่งตั้ง คณะกรรมการสรรหามีจำนวนไม่น้อยกว่าห้ารูปหรือคน แต่ไม่เกินเจ็ดรูปหรือคน โดยมีผู้แทนหน่วย งานที่จะบรรจุบุคลากรไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งร่วมเป็นกรรมการด้วย และเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้รายงานผลต่ออธิการบดี

ข้อ ๒ การสรรหา และการคัดเลืกบุคลากร ประเภทตำแหน่งวิชาการ

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๒ การสรรหา และการคัดเลือกบุคลากร ประเภทตำแหน่งวิชาการ ให้ดำเนินการ โดยมีวิธีการและขั้นตอนการดำเนินการดังต่อไปนี้

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ๒.๑ การคัดเลือก ประเภทตำแหน่งวิชาการในระดับแรกเข้า มี ๓ ขั้นตอน

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟขั้นตอนที่ ๑ ให้ดำเนินการพิจารณาประเมินคุณวุฒิการศึกษา ผลการศึกษา ประสบการณ์ ผลงานทางวิชาการ และสาขาวิชาของผู้สมัคร ให้ตรงกับลักษณะงานวิชาการของตำแหน่งที่จะบรรจุ

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟกรณีที่ผู้สมัครมีคุณวุฒิปริญญาโท ให้พิจารณาถึงศักยภาพที่จะไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นด้วย

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟขั้นตอนที่ ๒ เมื่อผู้สมัครผ่านขั้นตอนที่ ๑ แล้ว ให้ดำเนินการสัมภาษณ์เพื่อ พิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ทัศนคติ ความสนใจ ความจริงจัง การแสดงออก มนุษยสัมพันธ์ และบุคลิกภาพอื่น ๆ เป็นต้น

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟขั้นตอนที่ ๓ เมื่อผู้สมัครผ่านขั้นตอนที่ ๒ แล้ว ให้ดำเนินการจัดให้มีการทดสอบเชิงปฏิบัติการ เพื่อพิจารณาประเมินศักยภาพในด้านต่าง ๆ ดังนี้

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ๑. ความสามารถด้านการสอน เช่น มีการวางแผนการสอนอย่างมีระบบ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ และประเมินผลการเรียน

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ๒. ความสามารถด้านวิชาการ เช่น มีความรู้กว้างขวางในสาขาวิชาที่เกี่ยว ข้อง มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับสาขาวิชาที่สอน มีศักยภาพทที่จะเป็นนักวิชาการที่ดี

ᅟᅟᅟᅟ๒.๒ การสรรหาและการคัดเลือกบุคลากร ประเภทตำแหน่งวิชาการ ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความชำนาญพิเศษ ตามนัยข้อ ๒๔ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

ᅟᅟᅟᅟᅟ(๑) คุณวุฒิ ต้องเป็นผู้ที่ได้มีวุฒิตั้งแต่ปริญญาโทหรือเทียบเท่าขึ้นไป และได้ศึกษาอบรมหรือปฏิบัติงานในสาขาวิชาการหรือวิชาชีพที่มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องใช้ภายหลังจาก ได้ปริญญาดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี จนมีความรู้ ความสามารถและความชำนาญเป็นพิเศษ รายนาม ในกรณีผู้ที่มีคุณวุฒิต่ำกว่าปริญญาโทหรือเทียบเท่า หรือผู้ที่ไม่มีคุณวุฒิใด ๆ แต่มีความสามารถและความชำนาญสูงมากเป็นพิเศษ ในสาขาวิชาการ หรือวิชาชีพที่มหาวิทยาลัย จำเป็นต้องใช้ ให้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษเป็นราย ๆ ไป

ᅟᅟᅟᅟᅟ(๒) วิธีการคัดเลือก ให้คณะกรรมการสรรหา ดำเนินการตามข้อ ๒.๑ หรือ วิธีการอื่นที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคลกำหนด

ᅟᅟᅟᅟᅟ(๓) การกำหนดเงินเดือนและการทดลองปฏิบัติงานให้พิจารณาจากประสบการณ์ หรือความชำนาญงานที่ตรงกับความต้องการของมหาวิทยาลัย โดยอาจพิจารณา กำหนดเงินเดือนตามคุณวุฒิขั้นสูงสุดที่ผู้นั้นได้รับมาก่อนแล้ว อาจเพิ่มให้อีกไม่ต่ำกว่าปีละ ๑ ขั้น ตามประสบการณ์การปฏิบัติงานในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ภายหลังจากที่ได้รับคุณวุฒิขั้นสูงสุดมาแล้ว โดยให้มีการทดลองปฏิบัติงาน มีสัญญาจ้างทดลองการปฏิบัติงานหนึ่งปี

ᅟᅟᅟᅟᅟในกรณีผู้มีประสบการณ์และมีความชำนาญสูงมากเป็นพิเศษ ให้บรรจุในฐานะ ผู้ทรงคุณวุฒิ ในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในวรรคก่อน โดยไม่ต้องมีการ ทดลองการปฏิบัติงานก็ได้

ข้อ ๓

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๓  การสรรหา และการคัดเลือกบุคลากร ประเภทตำแหน่งวิชาชีพและบริหารทั่วไป และลูกจ้างประจำ ให้ดำเนินการโดยวิธีการดังต่อไปนี้

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ๓.๑ การสอบแข่งขัน ให้ใช้ในกรณีระดับแรกเข้า โดยให้กำหนดหลักสูตรการสอบ แข่งขันไว้ ๒ ภาค พร้อมทั้งเกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ดังนี้ ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ๓.๑.๑ ภาคการสอบข้อเขียน (๓๐๐ คะแนน) ให้ทดสอบความรู้ความสามารถดังต่อไปนี้ โดยวิธีสอบข้อเขียน โดยคํานึง ถึงระดับความรู้ความสามารถที่ต้องการของตำแหน่ง ตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ในแต่ละระดับ ดังมีรายวิชาที่จะสอบดังนี้

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ(๑) วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป (๑๐๐ คะแนน) ตำแหน่งทางธุรการและบริหารทั่วไป ให้ทดสอบความสามารถในการศึกษา หรือสรุปเหตุผลทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคม หรือให้แสดงแนวโน้ม หรือความเปลี่ยนแปลง วิเคราะห์และสรุปเหตุผล โดยการให้จับประเด็นในข้อความหรือเรื่องราวหรือไหว้เคราะห์เหตุการณ์ ที่น่าจะเป็นไปตามข้อมูล หรือสมมุติฐาน หรือให้ศึกษาวิเคราะห์และสรุปเหตุผลโดยการอย่างอื่น ซึ่งเหมาะสมแก่การทดสอบความสามารถดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างก็ได้ กำหนดคะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน และให้ทดสอบความรู้ความสามารถการใช้ภาษาไทย กำหนดคะแนน

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟตำแหน่งทางด้านวิชาชีพเฉพาะนั้น คณะกรรมการสรรหา อาจกำหนดวิชาอื่นให้สอบเป็นการทดแทนได้ตามความเหมาะสม คะแนนรวมต้องไม่เกิน ๑๐๐ คะแนน

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ(๒) วิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (๒๐๐ คะแนน) ให้ทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยเฉพาะ ตามที่ระบุไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง โดยวิธีสอบข้อเขียนหรือให้ทดลองปฏิบัติงาน หรือวิธีอื่น วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือหลายวิธีก็ได้ตามความเหมาะสม กำหนดคะแนนเต็ม ๒๐๐ คะแนน ทั้งนี้ จะรวม สอบเป็นวิชาเดียวหรืออย่างเดียว หรือแยกสอบเป็นหลายวิชาหรือหลายอย่าง โดยกำหนดคะแนนเต็มแต่ละวิชาหรือแต่ละอย่างได้ตามที่คณะกรรมการสรรหาเห็นเหมาะสมรับสมัครด้วย

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟเมื่อจะทดสอบความรู้ความสามารถในทางใดและวิธีใด ให้ระบุไว้ในประกาศรับสมัครด้วย

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ๓.๑.๒ ภาคการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (๑๐๐ คะแนน)

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ(๑) ให้พิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น เจตคติ ความสนใจ ความจริงจัง การแสดงออก มนุษยสัมพันธ์และบุคลิกภาพอื่น ๆ โดยการสัมภาษณ์

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ(๒) ให้ทดสอบการปฏิบัติงานตามกิจกรรมที่คณะกรรมการสรรหากำหนด การตัดสินว่าผู้ใดเป็นผู้สอบแข่งขันได้ให้ถือเกณฑ์ว่าต้องเป็นผู้สอบได้คะแนน ในแต่ละภาคที่สอบตามหลักสูตร ไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบและได้คะแนนรวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ หกสิบ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์วิชาการวัดผลด้วย

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟการขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคลกำหนด

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ๓.๒ ในกรณีที่ต้องการเจ้าหน้าที่ในสาขาที่ขาดแคลน ตามที่คณะกรรมการบริหาร งานบุคคลกำหนด ให้คณะกรรมการสรรหา ดำเนินการดังนี้

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟขั้นตอนที่ ๑ ให้ดำเนินการพิจารณาประเมินคุณวุฒิการศึกษา ผลการศึกษา ประสบการณ์ สาขาวิชาที่ศึกษาให้ตรงกับลักษณะงานและตำแหน่งที่จะบรรจุ ทั้งนี้ อาจดำเนินการโดยตรงกับสถานศึกษาที่ผลิตก็ได้

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟขั้นตอนที่ ๒ เมื่อผู้สมัครผ่านขั้นตอนที่ ๑ แล้ว ให้ดำเนินการสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น เจตคติ ความสนใจ ความจริงจัง การแสดงออก มนุษยสัมพันธ์ และบุคลิกภาพอื่น ๆ เป็นต้น

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟขั้นตอนที่ ๓ เมื่อผู้สมัครผ่านขั้นตอนที่ ๒ แล้วให้ดำเนินการทดสอบตามกิจกรรมที่คณะกรรมการสรรหากำหนด

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ๓.๓ ในกรณีที่ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์หรือ ความชำนาญพิเศษ ตามนัยข้อ ๒๔ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้คณะกรรมการสรรหา พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังนี้

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ(๑) คุณวุฒิ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับปริญญาตั้งแต่ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป และได้ศึกษาอบรมหรือปฏิบัติงานในสาขาวิชาการ หรือวิชาชีพที่มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องใช้ภาย หลังจากได้ปริญญาดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี จนมีความรู้ ความสามารถ และความชำนาญงานเป็นพิเศษ

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟในกรณีผู้ที่มีคุณวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือผู้ที่ไม่มีคุณวุฒิใด ๆ แต่มีความสามารถและความชำนาญสูง ในสาขาวิชาการหรือวิชาชีพที่มหาวิทยาลัยจำเป็น ต้องใช้ ให้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษเป็นราย ๆ ไป

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ(๒) วิธีการคัดเลือก ให้คณะกรรมการสรรหา ดำเนินการตามข้อ ๖.๑ หรือ ๖.๒ หรือวิธีการอื่นที่คณะกรรมการสรรหากำหนด

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ(๓) การกำหนดเงินเดือนและการทดลองปฏิบัติงาน ให้พิจารณาจาก ประสบการณ์ หรือความชำนาญงานที่ตรงกับความต้องการของมหาวิทยาลัย โดยอาจพิจารณา กำหนดเงินเดือนตามคุณวุฒิขั้นสูงสุดที่ผู้นั้นได้รับมาก่อนแล้วอาจเพิ่มให้อีกไม่ต่ำกว่าปีละ ๑ ขั้น ตามประสบการณ์การปฏิบัติงานในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ภายหลังจากที่ได้รับคุณวุฒิสูงสุดมาแล้ว โดย ให้มีการทดลองปฏิบัติงาน มีสัญญาจ้างทดลองการปฏิบัติงานหนึ่งปี

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟในกรณีผู้มีประสบการณ์และมีความชำนาญสูงมาก ให้บรรจุในฐานะผู้ทรง คุณวุฒิในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในวรรคก่อน โดยไม่ต้องมีการทดลองการปฏิบัติงานก็ได้

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง อาจกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมให้ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เพื่อให้เหมาะสมกับการสรรหา และการคัดเลือกบุคลากรเป็น กรณี ๆ ไปได้

ข้อ ๔

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๔ ให้อธิการบดี หรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมาย เป็นผู้ดำเนินการประกาศรับสมัครและประกาศผล

ข้อ ๕

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๕  ให้บุคลากรผู้ผ่านการสรรหา และการคัดเลือก ทดลองการปฏิบัติงาน โดยมี สัญญาจ้าง ส่วนระยะเวลาทดลองการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามประกาศนี้

ข้อ ๖

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๖  บุคลากรผู้ผ่านกระบวนการสรรหา และการคัดเลือก ในระดับแรกเข้า ตามความ ในข้อ ๒๓ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๑ ประเภทตำแหน่งวิชาการ จะต้องทดลองการปฏิบัติงานโดยได้รับเงินเดือนเต็ม มีกำหนดระยะเวลา ดังนี้

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ๖.๑ สัญญาเป็นเวลาหนึ่งปี หรือตามระยะเวลาในสัญญาจ้างที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคลกำหนด แต่ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่าหกเดือนขึ้นไป

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟ๖.๒ ตามระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง

ᅟᅟᅟᅟᅟᅟᅟในระหว่างการทดลองปฏิบัติงาน หากบุคลากรประเภทตำแหน่งวิชาการบุคคล ใด ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ได้แก่ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ หรือศาสตราจารย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนดจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นบุคลากรประจำ นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการนั้น

ข้อ ๗

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๗  บุคลากรผู้ผ่านกระบวนการสรรหา และการคัดเลือกในระดับแรกเข้า ตามความใน พ.ศ. ๒๕๔๑ ประเภทตำแหน่งปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไป จะต้องทดลองการปฏิบัติงาน ข้อ ๒๓ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล โดยได้รับเงินเดือนเต็มเป็นเวลาหนึ่งปี หรือตามระยะเวลาในสัญญาจ้างที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคลกำหนด แต่ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่าหกเดือนขึ้นไป

ข้อ ๘

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๘  บุคลากรผู้ผ่านกระบวนการสรรหา และการคัดเลือก ตามความในข้อ ๒๔ แห่ง ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๑ ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ หรือความชำนาญ อธิการบดีโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการบริหารงานบุคคลอาจพิจารณาให้มีการทดลองปฏิบัติงาน หรือไม่ก็ได้ตามที่เห็นสมควรเป็นกรณี ๆ ไป

ข้อ ๙

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๙  ให้อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารงานบุคคลแต่งตั้ง คณะกรรมการประเมิน จำนวนไม่น้อยกว่าห้ารูปหรือคน แต่ไม่เกินเจ็ดรูปหรือคน เพื่อทำหน้าที่ ประเมินการทดลองปฏิบัติงาน

ข้อ ๑๐

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๑๐  ให้คณะกรรมการประเมิน ทำการประเมินการทดลองปฏิบัติงานของบุคลากร ผู้ผ่านกระบวนการสรรหา และการคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนดอย่าง ต่อเนื่องทุกภาคการศึกษา ทั้งนี้ ให้นําผลการประเมินของแต่ละภาคการศึกษามาพิจารณาด้วย

ข้อ ๑๑

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๑๑  เมื่อบุคลากรได้ทดลองปฏิบัติงานตามความในข้อ ๖ หรือข้อ ๗ และผ่านการทดลอง การปฏิบัติงาน โดยมีผลการประเมินว่าเป็นผู้มีความสามารถเหมาะสมในด้านการปฏิบัติงาน ด้าน ความประพฤติ และด้านความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ตลอดจนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลใน การปฏิบัติงาน ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง ให้คณะกรรมการประเมิน เสนอผล การพิจารณาต่อคณะกรรมการบริหารงานบุคคล เพื่อให้อธิการบดีได้พิจารณาบรรจุแต่งตั้งต่อไป

ข้อ ๑๒

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๑๒  เมื่ออธิการบดีได้รับผลการพิจารณาตามข้อ ๑๑ ให้บรรจุบุคคลดังกล่าวเป็นบุคลากรประจำย้อนหลังไปตั้งแต่วันแรกที่ได้รับการสั่งให้ทดลองปฏิบัติงาน เป็นต้นไป

ข้อ ๑๓

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๑๓  ในกรณีที่ผู้ได้รับการทดลองปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้าง หากคณะกรรมการประเมินพิจารณาว่ามีเหตุผลอันสมควรที่จะให้ผู้นั้นออกจากงาน ก็ให้คณะกรรมการประเมิน รายงานไปยังอธิการบดีเพื่อนําเสนอคณะกรรมการบริหารงานบุคคลพิจารณาให้ความเห็นชอบ สั่งให้บุคลากรผู้นั้นพ้นจากสภาพการจ้างเป็นบุคลากร โดยไม่มีสิทธิ์ได้ รับเงินกองทุนสะสมสมทบในส่วนที่มหาวิทยาลัยจัดให้

ข้อ ๑๔

ᅟᅟᅟᅟข้อ ๑๔  การสั่งให้บุคลากรพ้นสภาพการจ้างตามข้อ ๑๓ มหาวิทยาลัยจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบล่วงหน้าก่อนการยกเลิกการจ้าง ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒

(พระราชวรมุนี)

อธิการบดี

ประธานกรรมการบริหารงานบุคคล

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

*ดาวน์โหลดประกาศนี้

กองกลาง สำนักงานอธิการบดี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานภัตตาหาร ถวายผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และพระนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2566

 586 รวมเข้าชม
















สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม

คณะครุศาสตร์ รับสมัครนิสิตใหม่ ประจำปีการศึกษา 2566 ระดับปริญญาตรี โท เอก

 432 รวมเข้าชม

]

#คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย #เปิดรับสมัครนิสิตใหม่ ระดับปริญญาตรี โท เอก
✨รับสมัครพระภิกษุ สามเณร และประชาชนทั่วไป✨
✍️สมัครเรียนได้ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
✍️รับสมัครวันนี้ – 7 มิถุนายน 2566 นี้เท่านั้น!!
เรียน
ป.ตรี เรียนจันทร์ – ศุกร์
ป.โท ป. เอก เรียนเสาร์ – อาทิตย์
ระดับปริญญาเอก
1. ค.ด. (สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา)
2. ค.ด. (สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา)
3. ค.ด. (สาขาวิชาการสอนภาษาไทย)
4. ค.ด. (สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ)
5. ค.ด. (สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ) (English program)
ระดับปริญญาโท
1. ค.ม. (สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา)
2. ค.ม. (สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา)
3. ค.ม. (สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ)
4. ค.ม. (สาขาวิชาการสอนภาษาไทย)
5. ค.ม. (สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว)
6. ค.ม. (สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ) (English program)
ระดับปริญญาตรี
1. ค.บ. (สาขาวิชาสังคมศึกษา) (วิชาชีพครู)
2. ค.บ. (สาขาวิชาการสอนภาษาไทย) (วิชาชีพครู)
3. ค.บ. (สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ) (วิชาชีพครู)
4. ค.บ. (สาขาวิชาการสอนพระพุทธศาสนา) (วิชาชีพครู)
5. ค.บ. (สาขาวิชาจิตวิทยาและการแนะแนว) (วิชาชีพครู)
6. พธ.บ. (สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ)
7. ค.บ. (สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ) (หลักสูตรนานาชาติ)
ระดับประกาศนียบัตร
1. หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต วิชาชีพครู)
2. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการเทศนา (ป.ทศ.)
สมัครเรียนออนไลน์ : http://regweb.mcu.ac.th/registrar/apphome.asp
สารสนเทศการรับสมัครเรียน : https://reg.mcu.ac.th/ams
โทรศัพท์ 035-248-094 สำนักงานคณะครุศาสตร์

คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คณะครุศาสตร์ ขอแสดงความยินดีกับ พระครูสังฆรักษ์จักรกฤษณ์ ภูริปญฺโญ,ผศ.ดร. เนื่องในโอกาสได้รับทุน โครงการวิจัยเชิงกลยุทธ์ (Strategic Fund -SF) ประจำปีงบ พ.ศ. ๒๕๖๖

 415 รวมเข้าชม

]

คณะครุศาสตร์ ขอแสดงความยินดีกับ พระครูสังฆรักษ์จักรกฤษณ์ ภูริปญฺโญ,ผศ.ดร. นักวิจัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เนื่องในโอกาสได้รับทุน โครงการวิจัยเชิงกลยุทธ์ (Strategic Fund -SF) ประจำปีงบ พ.ศ. ๒๕๖๖
————-
ชื่อโครงการวิจัย : นวัตกรรมเตาเผาศพอัจฉริยะและเครื่องพ่นสารวิมุตติเพื่อลดปริมาณสารก่อมะเร็งการฌาปนกิจศพในจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดปทุมธานี
แหล่งทุน : การส่งเสริมและขยายผลศักยภาพระบบการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมของเครือข่าย ววน., สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, โครงการวิจัยเชิงกลยุทธ์ (Strategic Fund -SF) ประจำปีงบ พ.ศ. ๒๕๖๖

คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

กิจกรรมปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ณ วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน

 497 รวมเข้าชม

กิจกรรมปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อน้อมถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตามโครงการ “หนึ่งใจ…ให้ธรรมะ”
ณ วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลต้นธง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
**********
โดยพระเดชพระครูพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูสิริสุตานุยุต, รศ.ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ลำพูน
และประธานฝ่ายฆราวาส นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ร่วมปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ พร้อมกับ ข้าราชการ ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และ ประชาชนทั่วไป ในวันที่ ๑๗ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๐๐ น.

วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย