โครงการสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “เตรียมความพร้อมการใช้เกณฑ์ EdPEx” วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี

 504 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี จังหวัดราชบุรี จัดโครงการสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “เตรียมความพร้อมการใช้เกณฑ์ EdPEx”ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๕ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี จังหวัดราชบุรี มี พระปิฎกโกศล , ผศ.ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการฯ ซึ่งมี วิทยากรอบรมให้ความรู้ดังนี้คือ -พระศรีศาสนบัณฑิต, ผศ. ผู้ช่วยอธิการบตีฝ่ายประกันคุณภาพ -ผศ.ปรานี พรรณวิเชียร ผู้ทรงคุณวุฒิต้านประกันคุณภาพการศึกษา -พระมหาสุระศักดิ์ ธีรวํโส ผู้อำนวยการสำนักงานประกันคุณภาพ -นางสาวฐาณิชญาญ์ มัควัลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานประกันคุณภาพ ในการอบรมครั้งนี้ มีผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยสงฆ์ราชบุรีเข้าร่วมอบรมประมาณ ๓๕ รูป/คน  

สำนักงานประกันคุณภาพ

ขอเชิญร่วมแสดงมุทิตาจิตรำลึกถึงคุณูปการผู้เกษียณอายุการทำงาน ประจำปี ๒๕๖๕

 414 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

กราบนมัสการและเรียนเชิญทุกท่านร่วมแสดงมุทิตาจิต รำลึกถึงคุณูปการผู้เกษียณอายุการทำงาน ประจำปี ๒๕๖๕ ตามลิงค์ด้านล่างนี้
https://event.mcu.ac.th/?page_id=624

กองกลาง สำนักงานอธิการบดี

บุคลากรคณะสังคมฯ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ​วิทยาลัย​พุทธศาสตร์​นานาชาติ

 460 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

 

ผู้บริหาร​ คณาจารย์​ เจ้า​หน้าที่​ และ​นิสิต​คณะ​สังคม​ศาสตร์​ ขอแสดงความยินดีกับ​ รศ.ดร.โกนิฏฐ​์​ ศรี​ทอง​ ผู้อำนวยการ​หลักสูตร​พุทธ​ศาส​ตร​ดุษฎี​บัณฑิต​ สาขาวิชา​การพัฒนา​สังคม​ คณะสังคม​ศาสตร์​ ที่ได้รับแต่งตั้ง​ให้​ดำรง​ตำแหน่ง​ รองผู้อำนวยการ​วิทยาลัย​พุทธศาสตร์​นานาชาติ

 

 

.

คณะสังคมศาสตร์

“ประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี ครั้งที่7/2565”

 444 รวมเข้าชม

“ประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กองกิจการนิสิต สำนักงานอธ […]กองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี

โครงการทอดเทียนโฮมและบำเพ็ญกุศลวันบุรพาจารย์ กระทำสามีจิกรรมถวายสักการะพระเถระและไหว้ครู, พิธีมอบโล่เกียรติคุณอาจารย์ดีเด่น ศิษย์เก่าดีเด่น นิสิตดีเด่น และบุคลากรดีเด่น

 632 รวมเข้าชม

วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๓๐ น. วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้จัด โครงการทอดเทียนโฮมและบำเพ็ญกุศลวันบุรพาจารย์ กระทำสามีจิกรรมถวายสักการะพระเถระและไหว้ครู, พิธีมอบโล่เกียรติคุณอาจารย์ดีเด่น ศิษย์เก่าดีเด่น นิสิตดีเด่น และบุคลากรดีเด่น โดยได้รับความเมตตาจาก พระเดชพระคุณ พระเทพสิทธาจารย์, ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม, เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม ได้เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์, พระโสภณพัฒนบัณฑิต, รศ.ดร. รองอธิการบดีวิทยาเขตขอนแก่น ได้เมตตาเข้าร่วมพิธี, ดร.สุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดมหาสารคาม และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ให้เกียรติเป็นประธานฝ่ายฆารวาส ณ อาคารหอประชุมอเนกประสงค์ วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลคันธารราษฎร์ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้า นิสิต และบุคคลทั่วไป เข้าร่วมโครงการ  

ดูรูปภาพเพิ่มเติม>>

Facebook Page>>

The post โครงการทอดเทียนโฮมและบำเพ็ญกุศลวันบุรพาจารย์ กระทำสามีจิกรรมถวายสักการะพระเถระและไหว้ครู, พิธีมอบโล่เกียรติคุณอาจารย์ดีเด่น ศิษย์เก่าดีเด่น นิสิตดีเด่น และบุคลากรดีเด่น appeared first on วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม.

วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม

การประชุมผู้บริหารในกำกับรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่

 608 รวมเข้าชม

วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. พระมหาชำนาญ มหาชาโน,ดร. รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่เป็นประธานการประชุมผู้บริหารในกำกับรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ ประกอบด้วย กองสื่อสารองค์กร สำนักงานพระสอนศีลธรรม สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม ส่วนงานบริหาร ส่วนธรรมนิเทศ อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย และโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ณ ห้องประชุมสำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม อาคาร ๗๒ ปี พระวิสุทธาธิบดี (อาคารหอฉัน) ชั้น ๒ 

โดยมีวาระสำคัญดังนี้ 

๑. เรื่อง แจ้งคำสั่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. เรื่อง แต่งตั้งรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่

๓. เรื่อง แจ้งคำสั่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เรื่อง แต่งตั้งผู้ช่วยอธิการบดีในส่วนกลาง

๔. เรื่อง แจ้งคำสั่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. เรื่อง มอบอำนาจและหน้าที่ให้รองอธิการบดีสั่งการ กำกับดูแลและรับผิดชอบงานในฐานะผู้ปฏิบัติการแทนอธิการบดี

๖. เรื่อง แจ้งคำสั่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. เรื่อง การมอบหมายงานให้ผู้ช่วยอธิการบดี

๘. เรื่อง แจ้งภาระงานส่วนงานในกำกับรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ 

๙. เรื่อง มอบนโยบายส่วนงานในกำกับรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ 

 

วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. พระมหาชำนาญ มหา สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม

โครงการสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจ รุ่นที่ ๖๘/๒๕๖๕

 444 รวมเข้าชม

วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน จัดโครงการสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจ รุ่นที่ ๖๘/๒๕๖๕ โดยพระครูสิริสุตานุยุต,ผศ.ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ลำพูน เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ พร้อมบรรยายพิเศษ เรื่อง “พระพุทธศาสนากับความท้าทายสังคมยุคใหม่” ผอ.พุทธิพงษ์ กันทะรส ผู้อำนวยการสำนักงานวิชาการ กล่าวถวายรายงาน พระครูโสภณปริยัติติกิจ งานกิจการนิสิต ชี้แจงเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจ โดยภาคบ่ายรับฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง ”ยุทธศาสตร์การใช้ชีวิตในสังคมยุคใหม่” โดย ดร.นิกร ยาอินตา วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และนิสิตนำเสนอผลงานการปฏิบัติศาสนกิจ ในวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๕ ณ ห้องประชุม ชั้น๓ อาคารสำนักงาน วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน

วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ลาวมุ่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน

 1,480 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

รัฐบาล สปป.ลาว ได้ให้คำมั่นว่าจะกระจายแหล่งพลังงานต่าง ๆ ในประเทศ โดยจะให้ความสำคัญกับแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ลม และระบบชีวมวล ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน แก้ไขปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในฤดูแล้ง รวมถึงลดปริมาณการนำเข้าพลังงาน
ตามรายงานล่าสุดจากกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ระบุว่า ปัจจุบันนี้ 81% ของไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ใน สปป. ลาว มาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ รองลงมาคือ 17% จากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขณะที่ แหล่งพลังงานหมุนเวียนต่าง ๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และชีวมวล คิดเป็นเพียง 2% ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้อยู่ในประเทศ
ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนเป็น 11% ตามที่ลงนามไว้ในแผน 5 ปี สำหรับปี 2564-2568 ในทางกลับกัน จะลดสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำและโรงไฟฟ้าถ่านหินเหลือเพียง 75% และ 14% ตามลำดับ ภายในปี 2568
ปัจจุบัน สปป.ลาว มีโรงงานผลิตพลังงาน 90 แห่งทั่วประเทศ โดยมีกำลังการผลิตรวมเกือบ 11,000 เมกะวัตต์ ซึ่งรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 77 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 8 แห่ง โครงการชีวมวล 4 แห่ง และโรงไฟฟ้าถ่านหิน 1 แห่ง
แม้ว่าจะไม่มีการดำเนินการเปิดโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ แต่รัฐบาลก็กำลังผลักดันให้มีความคืบหน้าในการก่อสร้างบรรดาโครงการพลังงานขนาดใหญ่ตามที่กำหนดไว้ในแผน 5 ปี ในจำนวนนี้ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 3 โรงไฟฟ้าถ่านหินอีกหลายแห่งในเมืองละมามและกะลิมของแขวงเซกอง และในเมืองบัวละพาของแขวงคำม่วน ตลอดจนเขื่อนต่าง ๆ  ในแม่น้ำโขง ที่หลวงพระบางและนครหลวงเวียงจันทน์
สิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลของ สปป.ลาว คือ มีปริมาณไฟฟ้าประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำต่าง ๆ  มีศักยภาพที่จะผลิตได้ แต่กลับต้องเสียโอกาสไปในฤดูน้ำหลาก ขณะที่ สปป.ลาว ต้องนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศไทยในฤดูแล้ง โดยรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าที่นำเข้านี้แพงกว่าไฟฟ้าที่นำเข้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เกือบ 2 เท่า
ด้าน Dr. Sinava Souphanouvong รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ เผยว่า สปป.ลาว มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ที่ 10,000-15,000 เมกะวัตต์ และพลังงานลมประมาณ 100,000 เมกะวัตต์
ตามรายงาน Asian Development Outlook 2022 ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียระบุว่า ปัจจุบัน สปป.ลาว วางแผนก่อตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ผลิตไฟฟ้าได้ 1.6 กิกะวัตต์ ซึ่งรวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม (Monsoon Wind Project) ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่แขวงเซกองและอัตตะปือ เพื่อขายไฟฟ้าให้กับเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว รัฐบาลและผู้ถือหุ้นในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำเทิน 2 ได้ลงนามในข้อตกลงพัฒนาโครงการเพื่อพัฒนาน้ำเทิน 2-โซลาร์ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งจะสร้างขึ้นบนอ่างเก็บน้ำ น้ำเทิน 2 ในแขวงคำม่วน ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 240 เมกะวัตต์พีค โดยรัฐบาลได้ให้คำมั่นที่จะเพิ่มศักยภาพของภาคพลังงาน โดยเฉพาะการพัฒนาพลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม เพื่อให้สามารถขายไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น
ที่มา: AEC Connect

ASEAN Studies Centre

อาเซียน-แคนาดา ถก FTA รอบแรก ตั้งเป้าสรุปผลเจรจาภายใน 2 ปี

 418 รวมเข้าชม

]

อาเซียนและแคนาดาเจรจา FTA อาเซียน-แคนาดา หรือ ACAFTA (อา-คาฟ-ต้า) รอบแรกอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมมอบคณะทำงานกลุ่มย่อย 17 กลุ่ม เร่งเดินหน้าเจรจาให้สำเร็จโดยเร็ว ล่าสุดคืบหน้าแล้ว 11 ประเด็น ส่วนอีก 6 ประเด็น อยู่ระหว่างหารือ เตรียมเจรจารอบต่อไปเดือน พ.ย. นี้ ตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาภายใน 2 ปี
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่อาเซียนและแคนาดาได้ประกาศเปิดเจรจา FTA ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 โดยอาเซียนและแคนาดาได้จัดประชุมคณะกรรมการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-แคนาดา (ACAFTA) ครั้งที่ 1 ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม และ 1 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อหารือภาพรวมการเจรจา โครงสร้างการเจรจา และวางแผนการเจรจาในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะจัดประชุม 4 ครั้งต่อปี และตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาภายใน 2 ปี
นางอรมน กล่าวว่า อาเซียนและแคนาดาได้ตั้งคณะทำงานเจรจากลุ่มย่อย 17 กลุ่มขึ้นตามประเด็นหารือ ได้แก่ (1) การค้าสินค้า (2) กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (3) การลงทุน (4) พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า (5) มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (6) อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (7) บริการโทรคมนาคม (8) ความร่วมมือด้านเทคนิคและเศรษฐกิจ (9) ทรัพย์สินทางปัญญา (10) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (11) การแข่งขันทางการค้า (12) การค้าบริการ (13) บริการด้านการเงิน (14) กฎหมายและสถาบัน (15) การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ (16) การเยียวยาทางการค้า และ (17) วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ซึ่งการเจรจาของคณะทำงานกลุ่มย่อยมีความคืบหน้าด้วยดี โดย 11 กลุ่มแรก มีการหารือไปก่อนแล้ว ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็น และเริ่มหารือโครงสร้างข้อบทที่จะเจรจา รวมถึงมีแผนจะหารือระหว่างรอบในรายละเอียดที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้การเจรจามีความคืบหน้าโดยเร็ว สำหรับ 6 กลุ่มหลัง ยังอยู่ระหว่างหารือในช่วงเดือนกันยายนนี้ โดยจะรายงานผลความคืบหน้าต่อที่หัวหน้าคณะเจรจาต่อไป ซึ่งกำหนดการเจรจารอบต่อไปในเดือนพฤศจิกายน 2565
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. – มิ.ย. 2565) การค้าระหว่างอาเซียนกับแคนาดา มีมูลค่า 14,616.56 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยอาเซียนส่งออกไปแคนาดา มูลค่า 11,022.73 ล้านเหรียญสหรัฐ และอาเซียนนำเข้าจากแคนาดา มูลค่า 3,593.82 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลไฟฟ้า เครื่องจักรกล สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และรองเท้า และสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ ธัญพืช เครื่องจักรกล และเยื่อกระดาษและเศษกระดาษ สำหรับการค้าระหว่างไทยกับแคนาดา มีมูลค่า 1,672.34 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปแคนาดา มูลค่า 1,089.21 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้าจากแคนาดา มูลค่า 583.13 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ยาง ข้าว และยางพารา และสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
ที่มา: กรมเจรจาเศษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ

ASEAN Studies Centre

เวียดนาม กระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าอุตสาหกรรมยานยนต์

 560 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

Nguyen Anh Tuan รองผู้อำนวยการหน่วยงานการลงทุนต่างประเทศของกระทรวงการวางแผนและการลงทุน เปิดเผยว่า เวียดนามจะหันมาให้ความสนใจกับผู้ประกอบการและบริษัทขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ขณะเดียวกัน จะจัดลำดับความสำคัญของโครงการการลงทุนต่าง ๆ ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีชั้นสูง อุตสาหกรรมที่สนับสนุน และนวัตกรรมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ อีกทั้งยังจะสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้ผู้ประกอบการของเวียดนามได้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่านี้ด้วย
ด้าน Nguyen Thi Thu Ha ผู้อำนวยการทั่วไปของ Invest Global ระบุว่า ด้วยประชากรเกือบ 100 ล้านคน และสภาวะต่าง ๆ ทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย เวียดนามจึงมีศักยภาพสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ และเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญกับการพัฒนา ด้วยความคาดหวังที่จะเนรมิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของเวียดนามให้แข็งแกร่งและมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคแล้ว จำนวนบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนของเวียดนามในอุตสาหกรรมยานยนต์ยังมีน้อยมาก และมีเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทานสำหรับผู้ผลิตและประกอบรถยนต์ในเวียดนามได้
ขณะที่ Dang Hoang Mai ตัวแทนสถาบันกลยุทธ์และนโยบายเพื่ออุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม เผยว่า เวียดนามมีศักยภาพที่จะพัฒนาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้ในอนาคต เนื่องจากอัตราส่วนการเป็นเจ้าของรถยนต์ของเวียดนามในปัจจุบันอยู่ที่ 23 คันต่อประชากร 1,000 คน ตัวเลขดังกล่าว หากเทียบกับไทยและมาเลเซียแล้ว เป็นเพียง 10% และ 5% เท่านั้น และด้วยระดับรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้น คาดว่ายอดขายของอุตสาหกรรมยานยนต์จะเติบโตในช่วงปี 2564-2573
ตรงกันข้ามกับแนวโน้มการซื้อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสนับสนุนการผลิตรถยนต์ กลับไม่เติบโตตามที่คาดไว้ โดยอัตราการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคลสูงสุด 9 ที่นั่งนั้นน้อยกว่า 20% ทั้งนี้ Thaco ทำได้ 15-18% ขณะที่ Toyota Vietnam ทำได้สูงสุดที่ 37% (สำหรับรุ่น Innova) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนี้ต่ำกว่าประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยานยนต์ของเวียดนามคาดว่าจะมีพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบในประเทศเพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ ข้อมูลของสำนักข่าวเวียดนามระบุว่า ในอินเดียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก แต่เม็ดเงินลงทุนทั้งหมดของอินเดียในเวียดนามกลับมีมูลค่าเพียง 0.2% ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั้งหมดที่ 139 ประเทศและเขตปกครองได้ลงทุนอยู่
ทั้งนี้ ในการประชุมภาคธุรกิจยานยนต์ระหว่างเวียดนามและอินเดียเมื่อเร็วๆ นี้ Nguyen Anh Tuan ได้ตั้งข้อสังเกตว่าโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือและการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศนั้นมีสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อเวียดนามได้กระตุ้น FDI ให้ไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมสนับสนุนยานยนต์ ถึงแม้ว่าความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศยังคงไม่เต็มศักยภาพก็ตาม
ด้าน Pranay Verma เอกอัครราชทูตอินเดียประจำเวียดนามกล่าวว่า สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของอินเดีย (ACMA) ต้องการที่จะสำรวจลู่ทางการลงทุน การค้า และโอกาสทางธุรกิจต่าง ๆ ในเวียดนาม โดยสมาคมดังกล่าวซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 800 ราย ทำยอดขายได้คิดเป็น 85% ของยอดขายทั้งหมดในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของอินเดีย
ที่มา: AEC Connect

ASEAN Studies Centre