8 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

Nguyen Anh Tuan รองผู้อำนวยการหน่วยงานการลงทุนต่างประเทศของกระทรวงการวางแผนและการลงทุน เปิดเผยว่า เวียดนามจะหันมาให้ความสนใจกับผู้ประกอบการและบริษัทขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ขณะเดียวกัน จะจัดลำดับความสำคัญของโครงการการลงทุนต่าง ๆ ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีชั้นสูง อุตสาหกรรมที่สนับสนุน และนวัตกรรมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ อีกทั้งยังจะสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้ผู้ประกอบการของเวียดนามได้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่านี้ด้วย
ด้าน Nguyen Thi Thu Ha ผู้อำนวยการทั่วไปของ Invest Global ระบุว่า ด้วยประชากรเกือบ 100 ล้านคน และสภาวะต่าง ๆ ทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย เวียดนามจึงมีศักยภาพสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ และเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญกับการพัฒนา ด้วยความคาดหวังที่จะเนรมิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของเวียดนามให้แข็งแกร่งและมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคแล้ว จำนวนบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนของเวียดนามในอุตสาหกรรมยานยนต์ยังมีน้อยมาก และมีเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทานสำหรับผู้ผลิตและประกอบรถยนต์ในเวียดนามได้
ขณะที่ Dang Hoang Mai ตัวแทนสถาบันกลยุทธ์และนโยบายเพื่ออุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม เผยว่า เวียดนามมีศักยภาพที่จะพัฒนาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้ในอนาคต เนื่องจากอัตราส่วนการเป็นเจ้าของรถยนต์ของเวียดนามในปัจจุบันอยู่ที่ 23 คันต่อประชากร 1,000 คน ตัวเลขดังกล่าว หากเทียบกับไทยและมาเลเซียแล้ว เป็นเพียง 10% และ 5% เท่านั้น และด้วยระดับรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้น คาดว่ายอดขายของอุตสาหกรรมยานยนต์จะเติบโตในช่วงปี 2564-2573
ตรงกันข้ามกับแนวโน้มการซื้อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสนับสนุนการผลิตรถยนต์ กลับไม่เติบโตตามที่คาดไว้ โดยอัตราการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคลสูงสุด 9 ที่นั่งนั้นน้อยกว่า 20% ทั้งนี้ Thaco ทำได้ 15-18% ขณะที่ Toyota Vietnam ทำได้สูงสุดที่ 37% (สำหรับรุ่น Innova) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนี้ต่ำกว่าประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยานยนต์ของเวียดนามคาดว่าจะมีพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบในประเทศเพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ ข้อมูลของสำนักข่าวเวียดนามระบุว่า ในอินเดียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก แต่เม็ดเงินลงทุนทั้งหมดของอินเดียในเวียดนามกลับมีมูลค่าเพียง 0.2% ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั้งหมดที่ 139 ประเทศและเขตปกครองได้ลงทุนอยู่
ทั้งนี้ ในการประชุมภาคธุรกิจยานยนต์ระหว่างเวียดนามและอินเดียเมื่อเร็วๆ นี้ Nguyen Anh Tuan ได้ตั้งข้อสังเกตว่าโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือและการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศนั้นมีสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อเวียดนามได้กระตุ้น FDI ให้ไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมสนับสนุนยานยนต์ ถึงแม้ว่าความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศยังคงไม่เต็มศักยภาพก็ตาม
ด้าน Pranay Verma เอกอัครราชทูตอินเดียประจำเวียดนามกล่าวว่า สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของอินเดีย (ACMA) ต้องการที่จะสำรวจลู่ทางการลงทุน การค้า และโอกาสทางธุรกิจต่าง ๆ ในเวียดนาม โดยสมาคมดังกล่าวซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 800 ราย ทำยอดขายได้คิดเป็น 85% ของยอดขายทั้งหมดในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของอินเดีย
ที่มา: AEC Connect

ASEAN Studies Centre

Recommended Posts