<!--:en-->“ยุวชนอาเซียนเพื่อสันติภาพ ภาษา และวัฒนธรรม” ครั้งที่ ๓  ในหัวข้อ “พหุวัฒนธรรม” (Multi-Culturalism) <!--:--><!--:th-->“ยุวชนอาเซียนเพื่อสันติภาพ ภาษา และวัฒนธรรม” ครั้งที่ ๓  ในหัวข้อ “พหุวัฒนธรรม” (Multi-Culturalism) <!--:-->

“ยุวชนอาเซียนเพื่อสันติภาพ ภาษา และวัฒนธรรม” ครั้งที่ ๓ ในหัวข้อ “พหุวัฒนธรรม” (Multi-Culturalism) “ยุวชนอาเซียนเพื่อสันติภาพ ภาษา และวัฒนธรรม” ครั้งที่ ๓ ในหัวข้อ “พหุวัฒนธรรม” (Multi-Culturalism)

             พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้อำนวยการสถาบันภาษา และผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา ร่วมกับศูนย์อาเซียนศึกษา ได้นำยุวชนอาเซียนจาก ๑๐ ประเทศ บวก ๓ คือ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น ได้ร่วมกันทำกิจกรรม ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ บ้านท่าคอยนาง จ.ศรีสะเกษ ภายใต้โครงการ “ยุวชนอาเซียนเพื่อสันติภาพ ภาษา และวัฒนธรรม” ครั้งที่ ๓  ในหัวข้อ “พหุวัฒนธรรม” (Multi-Culturalism) ระหว่าง ๑ – ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

            ระหว่างวันที่ ๕ – ๘ สิงหาคม กลุ่มยุวชนอาเซียนบวก ๓ ได้เดินทางไปยังจังหวัดศรีสะเกษ บ้านท่าคอยนาง เพื่อไปทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมท้องถิ่นร่วมกัน โดยประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆมากมาย เริ่มจากการเดินชมวิถีชีวิตของชาวหมู่บ้านท่าคอยนาง ซึ่งทำให้ยุวชนอาเซียนได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตที่แตกต่าง เป็นสิ่งใหม่ที่ จากนั้นได้มีการแบ่งกลุ่ม ทำความรู้จักกับน้องๆนักเรียนบ้านท่าคอยนาง มีการสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาที่แตกต่าง พระมหาหรรษาได้นำยุวชนอาเซียนบวก ๓ ทั้งหมด ทำวัตรเย็น ณ สวนสันติภาพ บ้านท่าคอยนาง ซึ่งมีชาวบ้านร่วมทำวัตรเย็นกันอย่างพร้อมเพรียง เป็นภาพที่น่าประทับใจ

           เริ่มต้นของวันที่ ๒ กิจกรรมแรกคือการเข้าวัด และมีการให้ยุวชนอาเซียนได้มีโอกาสได้ตักบาตร จากนั้นมีการดำนาอาเซียน ซึ่งเป็นการสอนให้ยุวชนทุกคนในค่ายได้ร่วมกันเรียนรู้ถึงการปลูกข้าว วิธีการทำนา สอนให้เรียนรู้และเข้าใจถึงที่มาที่ไปของเม็ดข้าว ให้รู้ถึงความลำบากและทำให้เห็นคุณค่าของเม็ดข้าวที่รับประทานกัน ต่อด้วยการทำกิจกรรมขนมไปรกะสังและขนมต้ม และได้เยี่ยมชมวัฒนธรรมเขมร ลาว และกูย พร้อมทั้งมีการแสดงวัฒนธรรมต่างๆจากยุวชนอาเซียนบวก๓ ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านได้เรียนรู้และศึกษารวมถึงนักเรียนบ้านท่าคอยนางซึ่งต่อไปจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันอาเซียน

          ทั้งนี้มหาจุฬาฯ ได้สนับสนุนโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานิสิต คณาจารย์และผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และอยู่ร่วมกับประชาคมอาเซียนบวกสามได้อย่างสันติสุขต่อไป