9 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด (โจโควี) แห่งอินโดนีเซีย ได้มีคำสั่งให้สำนักงานจังหวัดใช้งบประมาณเพื่อควบคุมต้นทุนค่าขนส่งและรับมือกับผลกระทบของเงินเฟ้อจากราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา
.
ภายใต้ความกดดันในการควบคุมงบประมาณอุดหนุนราคาพลังงานที่ขยายตัวขึ้น โจโควีได้ปรับราคาเชื้อเพลิงที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐขึ้น 30% ส่งผลให้เกิดการประท้วงทั่วทั้งประเทศ
.
โดยโจโควีกล่าวว่า จากการคำนวณของกระทรวงฯ พบว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นอีก 1.8 จุด หากไม่มีแผนรับมือ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเข้ามาแทรกแซง และส่วนภูมิภาคจะต้องดำเนินการเหมือนกับช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อีกทั้งยังเสริมว่าผู้นำในระดับท้องถิ่นได้รับคำสั่งให้ใช้งบประมาณให้ครอบคลุมต้นทุนขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการแจกจ่ายอาหารพื้นฐานอย่างหอมแดงและไข่ด้วย
.
อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อในเดือนสิงหาคมของอินโดนีเซียอยู่ที่ 4.69% เข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี และอยู่ในอัตราที่สูงกว่าเป้าหมายที่ธนาคารกลางกำหนดเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยมีสาเหตุมาจากราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น
.
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียได้ประกาศปรับขึ้นอัตราขั้นต่ำค่าบริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์ผ่านแอปฯ 13.33% ต่อกิโลเมตร เพื่อชดเชยราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีผลไปเมื่อวันที่ 10 ก.ย. และยังมีการปรับขึ้นอัตราพื้นฐานขั้นต่ำสำหรับ 4 กิโลเมตรแรกของการเดินทางประมาณ 13-31% ขึ้นอยู่กับพื้นที่ให้บริการในแต่ละแห่ง ทั้งนี้เป็นการปรับขึ้นแค่บริการขนส่งไม่กระทบกับบริการเดลิเวอรี่
.
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโจโควีร้องขอให้สาธารณชนสามัคคีกัน ไม่ว่าจะอยู่ในวิกฤตราคาพลังงานหรือราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นจากสงคราม ซึ่งผลกระทบต่ออุปทานทั่วโลกจะยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และถึงแม้ว่าจะไม่ได้กล่าวถึงเรื่องการประท้วงที่ปะทุขึ้นทันทีหลังประกาศ รัฐมนตรีหลายท่านก็พยายามที่จะลดความตึงเครียดโดยเน้นย้ำว่าเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในโครงการสวัสดิการรัฐเพื่อผ่อนคลายเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นแทน
ที่มา AEC Connect

ASEAN Studies Centre

Recommended Posts