“ผู้บริหาร กองกิจการนิสิต ปฏิสันถารให้การต้อนรับคณะโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์นำโดย ดร.ฉัตรชัย ยาจันทร์ทา เยี่ยมชมหอพัก หารือการร่วมงานและปวารณาถวายวัคซีนพระนิสิต”

 442 รวมเข้าชม

“ปฏิสันถารให้การต้อนรับคณะโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์นำโ […]กองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี

ตรวจนับยอดเงินคงเหลือ ประจำปีงบประมาณ 2566

 524 รวมเข้าชม

]

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 สำนักงานตรวจสอบภายในได้ดำเนินการตรวจสอบยอดเงินสดประจำปี 2565 โดยมีบุคลากรของส่วนงานเข้าตรวจสอบส่วนงานต่างๆ ดังนี้

สำนักงานตรวจสอบภายใน

วรรณกรรมพระพุทธศาสนา

 1,298 รวมเข้าชม

]

วรรณกรรมพระพุทธศาสนา

๓ หน่วยกิต

คณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มี ๙ บท

แต่เผยแพร่ให้เพียง ๓ บทเพื่อการศึกษาเรียนรู้

00-สารบัญวรรณกรรมพระพุทธศาสนา(20ตค2565)(ส่งคุณสมบุรณ์ขจัด) 01-บทที่ ๑ วรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา(ส่งคุณสมบูรณ์จัด)(ขึ้นเว็บ) 02-บทที่ ๒ ประวัติและพัฒนาการของวรรณกรรมบาลี(ส่งคุณสมบูรณ์จัด)(ขึ้นเว็บ) 03-บทที่ ๓ วรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา(ขึ้นเว็บ) 10-ส่วนท้ายภาคผนวกวรรณณกรรมพระพุทธศาสนา(ส่งคุณสมบูรณ์จัด)(ขึ้นเว็บ)และมีสารบัญและผนวกรายละเอียดประจำวิชาวรรณกรรมพระพุทธศาสนาด้วย

หมายเหตุ เพื่อการศึกษาเรียนรู้เท่านั้น

กองวิชาการ มจร

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ ดำเนินการจัดทำสัญญาวิจัยประจำปี 2566 ให้กับนักวิจัย มจร ทั่วประเทศ

 513 รวมเข้าชม

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ ดำเนินการจัดทำสัญญาวิจัยประจำปี 2566 ให้กับนักวิจัยภายใต้สังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทั่วประเทศ ที่ได้รับทุนวิจัยประจำปีงบประมาณ 2566 จำนวนทั้งสิ้น 108 โครงการ
ในระหว่างวันที่ 17 – 19 ตุลาคม 2565 โดยมี พระสุธีรัตนบัณฑิต, รศ.ดร. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็นประธานดำเนินการ
ณ สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ อาคารห้องสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
























สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์

รัฐสภา ไฟเขียวแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 เตรียมประกาศใช้ 1 ตุลาคม 2565

 373 รวมเข้าชม

]

รัฐสภา ไฟเขียวแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 เตรียมประกาศใช้ 1 ตุลาคม 2565
รัฐสภา ไฟเขียว แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เตรียมประกาศใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 พัฒนาประเทศในช่วง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2566 – 2570 เป้าหมายดันรายได้ต่อหัวคนไทยแตะ 300,000 บาท ลดความเหลื่อมล้ำให้แคบลงกว่าเดิม

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า รัฐสภาได้มีมติรับทราบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) แล้ว เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธย และประกาศใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ต่อไป

สำหรับ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ถือเป็นแผนระดับที่ 2 ตามแผนกำหนดให้เป็นกลไกที่สำคัญในการแปลงยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติและกำหนดทิศทางการพัฒนาที่ประเทศควรมุ่งเน้นในระยะ 5 ปีถัดไปคือปี 2566 – 2570
ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
https://www.nesdc.go.th/download/Plan13/Doc/Plan13_DraftFinal.pdf

กองแผนงาน

กัมพูชา เปิดท่าเรือกัมปอต ผลักดันท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล

 693 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

 

ท่าเรือท่องเที่ยวกัมปอต (Kampot) ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2561 ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีนาย Aun Porn Moniroth รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนาย Sun Chanthol รัฐมนตรีอาวุโสและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและคมนาคม รวมถึงนาย Thong Khon รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว เข้าเยี่ยมชม
.
ท่าเรือดังกล่าวตั้งอยู่ริมน้ำ Dang Prek ในอำเภอตึกโชว ห่างจากตัวเมืองกัมปอตไป 6 กิโลเมตร บนพื้นที่กว่า 4 เฮกตาร์ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อการท่องเที่ยวทางทะเลของกัมพูชากับบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน โดยเชื่อมต่อกับท่าเรือต่างๆ ในจังหวัดสีหนุวิลล์ เกาะกง เกาะรง รวมถึงฟูโกว๊ก ตลอดจนท่าเรืออื่นๆ ในเวียดนามและไทยได้อีกด้วย
.
จากรายงานระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นยังถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับท่าเทียบเรือของเรือสำราญและอาคารต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งท่าเรือที่มีท่าเทียบเรือยาวกว่า 123 เมตร กว้างกว่า 11 เมตร, อาคารผู้โดยสารและร้านอาหาร, ถนน, สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเก็บขยะ, อาคารเทคนิค, ห้องน้ำสาธารณะ, อ่างเก็บน้ำ, สระน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย
.
ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างท่าเรือแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ในการอนุมัติเงินกู้วงเงินกว่า 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และดำเนินการก่อสร้างโดยกระทรวงโยธาธิการและคมนาคม
.
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เทคนิคได้กล่าวถึงอุปสรรคบางประการเกี่ยวกับเรือท่องเที่ยว โดยปัจจุบันจะอนุญาตให้เทียบท่าได้เฉพาะเรือขนาดเล็กที่มีความจุ 300-400 คนเท่านั้น หากต้องการให้เรือสำราญขนาดใหญ่สามารถเทียบท่าได้ น้ำจะต้องมีความลึกมากกว่านี้
ที่มา: AEC Connect

ASEAN Studies Centre

สิงคโปร์ จับมือ ลาว หนุนภาคพลังงาน สิ่งแวดล้อม และดิจิทัล

 368 รวมเข้าชม

]

สิงคโปร์และ สปป. ลาว เดินหน้ายกระดับความร่วมมือในพื้นที่ใหม่ๆ ด้านพลังงาน ด้านดิจิทัล ด้านความยั่งยืน และด้านการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2567
.
เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการลงนามและแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOUs) จำนวน 4 ฉบับ ระหว่าง 2 ประเทศที่ Istana สิงคโปร์ โดยมีนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง แห่งสิงคโปร์ และนายกรัฐมนตรีพันคำ วิพาวัน แห่ง สปป. ลาว ซึ่งมาเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการครั้งแรกร่วมเป็นพยาน
.
MOU ด้านพลังงานครอบคลุมเรื่องการนำพลังงานสะอาดไปใช้ใน สปป. ลาว การพัฒนาเครือข่ายการจ่ายไฟ และการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าในระดับภูมิภาคเพื่อการค้าไฟฟ้าข้ามพรมแดน รวมถึงการพัฒนาระบบและกระบวนการในการวัด รายงาน และตรวจสอบพลังงานสะอาด โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมคนที่ 2 แห่งสิงคโปร์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแห่ง สปป. ลาว เป็นผู้ลงนาม ซึ่ง MOU ดังกล่าวพัฒนามาจากความสำเร็จของการเริ่มโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป. ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ในเดือนมิถุนายน
.
สำหรับ MOU ด้านสิ่งแวดล้อม ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมจากทั้ง 2 ประเทศ เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการจัดการและพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เรื่องทรัพยากรน้ำ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยต่อยอดมาจาก MOU ฉบับก่อนหน้าที่มีการแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญ รวมถึงการสร้างโอกาสในการเติบโตสีเขียวสำหรับธุรกิจ
.
ขณะที่ MOU ด้านดิจิทัลจะครอบคลุมเรื่องข้อมูล รัฐบาลดิจิทัล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ เทคโนโลยีอุบัติใหม่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารจากทั้ง 2 ประเทศ
.
และสุดท้าย MOU ที่ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจากทั้ง 2 ประเทศเพื่อสร้างการประชุมหารือทวิภาคี และกระชับความร่วมมือทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการส่งเสริมการเชื่อมโยงทางธุรกิจและการท่องเที่ยว
ที่มา: AEC Connect

ASEAN Studies Centre

อินโดฯ เริ่มจ่อลดใช้ดอลลาร์

 528 รวมเข้าชม

]

ธนาคารกลางอินโดนีเซียกำลังพยายามที่จะลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐของประเทศ โดยวางแผนที่จะอนุญาตให้ทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีการส่งมอบเมื่อครบกำหนด (Non-Deliverable Forward Contracts: NDFs) ในสกุลเงินอื่นๆ ในปีหน้า และเพื่อบรรลุข้อตกลงเพิ่มเติมสำหรับการชำระสกุลเงินท้องถิ่นภายในประเทศ
.
หน่วยงานด้านการเงินกำลังเจรจาสัญญาชำระสกุลเงินท้องถิ่นกับเกาหลีใต้และออสเตรเลีย ขณะเดียวกันก็ผลักดันให้มีการเจรจาสรุปข้อตกลงกับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ
.
Edi Susianto กรรมการบริหารฝ่ายการจัดการการเงินของธนาคารกลางกล่าวว่า แม้การเริ่มต้นลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐนั้นจะค่อนข้างใหม่ แต่ก็เห็นถึงความเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในแง่ของการทำธุรกรรมชำระเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่น
.
นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังมีข้อตกลงกับไทย มาเลเซีย และญี่ปุ่น ในการเพิ่มจำนวนธุรกรรมที่ชำระด้วยสกุลเงินที่ไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐอยู่แล้ว ซึ่งเพิ่มจากมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปลายปี 2564 เป็น 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ธนาคารกลางระบุว่าธุรกรรมดังกล่าวจะเพิ่มขึ้น 10% ในปีนี้
.
อินโดนีเซียนับเป็นผู้สนับสนุนหลักในการใช้สกุลเงินท้องถิ่นสำหรับธุรกรรมการค้าและการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้การแปลงสกุลเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยเพิ่มความพร้อมของการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอีกด้วย ทั้งนี้ สาเหตุที่นโยบายดังกล่าวเร่งด่วนมากขึ้นเป็นเพราะค่าเงินรูเปียห์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีในปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา
.
อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินรูเปียห์ในครั้งนี้น่าจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เนื่องจากเศรษฐกิจอินโดนีเซียอยู่ในทิศทางเชิงบวกที่จะสามารถดึงดูดเงินทุนได้อย่างต่อเนื่องและช่วยให้เงินรูเปียห์กลับสู่มูลค่าพื้นฐานได้ ดังนั้นการแทรกแซงตลาดของธนาคารกลาง ควรอยู่ในระดับที่พอที่จะทำให้เงินรูเปียห์มีเสถียรภาพจนกว่าจะถึงตอนนั้น
.
ขณะที่ทุนสำรองต่างประเทศของอินโดนีเซียคาดว่าจะลดลงตลอดจนสิ้นปีนี้ แต่ก็จะสามารถครอบคลุมมูลค่าการนำเข้าระยะเวลามากกว่า 6 เดือนได้เพียงพอ โดยเงินสำรองอยู่ที่ 1.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนสิงหาคม หรือเทียบเท่ากับการนำเข้าเป็นระยะเวลา 6.1 เดือน
ที่มา: AEC Connect

ASEAN Studies Centre

โครงการจัดกิจกรรมการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายสัปดาห์วันรพี ประจำปี ๒๕๖๕

 509 รวมเข้าชม

เรียน/เจริญพร  ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิต และนักศึกษา วิทยาเขตนครสวรรค์ ทุกรูป/คนขอนิมนต์/เชิญ ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิต และนักศึกษา วิทยาเขตนครสวรรค์ ทุกรูป/คน เข้าร่วมโครงการจัดกิจกรรมการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายสัปดาห์วันรพี ประจำปี ๒๕๖๕ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๓๐ น. ณ ห้องประชุมโฮมเธียเตอร์ อาคารเรียนรวมบัณฑิตศึกษา วิทยาเขตนครสวรรค์ ตำบลนครสวรรค์ออก อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

มจร วิทยาเขตนครสวรรค์

เทรดคริปโต ไทย-เวียดนาม ร้อนแรงแซงทุกประเทศในอาเซียน

 443 รวมเข้าชม

]

ไทย-เวียดนาม กลายเป็นศูนย์กลางการค้าเหรียญคริปโตในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียน ขึ้นแซงแม้กระทั่งศูนย์กลางการเงินอย่างสิงคโปร์ ที่กำลังต่อสู้กับกฎหมายใหม่ที่ออกมาเพื่อควบคุมภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้
.
จากข้อมูลของ Chainalysis พบว่าทั้ง 2 ประเทศมีปริมาณการซื้อ-ขายเหรียญคริปโตสูงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ ก.ค. 2564 – มิ.ย. 2565 เลยทีเดียว โดยมองว่าผู้ใช้ในประเทศชนชั้นกลางระดับต่ำและชนชั้นกลางระดับสูงมักพึ่งพาเหรียญคริปโตในการโอน เพื่อรักษาเงินออมไว้ในช่วงที่มีความผันผวนของสกุลเงินตรา และมีแนวโน้มที่จะใช้ Bitcoin และ Stablecoins มากกว่าประเทศอื่นๆ
.
โดยไทยมีมูลค่าธุรกรรมคริปโตสูงถึง 1.36 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดทั้งปี ขณะที่เวียดนามสูงถึง 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยสิงคโปร์ที่ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
.
อย่างไรก็ดี Vijay Ayyar รองประธานฝ่ายพัฒนาองค์กรและการขยายสู่ระดับโลกของแพลตฟอร์มคริปโต Luno มองว่า ความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาคอย่างเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยอาจนำมาซึ่งภาวะถดถอยในอนาคตได้ ซึ่งมาจากราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลกจากการบุกรุกยูเครนของรัสเซียในปีนี้ และธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่กำลังต่อสู้กับการควบคุมต้นทุนที่สูงขึ้นผ่านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนต่างๆ เริ่มหลบหนีจากจุดที่เสี่ยงกว่าอย่างคริปโตออกไป
.
โดยจากตัวเลขของบริษัทบัญชี KPMG พบว่า เงินทุนคริปโตในสิงคโปร์ลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่ออกในรายงานเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา อีกทั้งเงินลงทุนไหลเข้าของคริปโตยังลดลงเหลือ 539.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 จาก 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว
ที่มา: AEC Connect

ASEAN Studies Centre