ศิลปะเชิงพุทธสู่วิถีชุมชนบนผนังพื้นที่สาธารณะในจังหวัดเชียงใหม่

 819 รวมเข้าชม

ผู้วิจัย: มานิตย์ โกวฤทธิ์, ประเสริฐ บุปผาสุข

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการคือ (๑)
เพื่อศึกษาการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในผนังพื้นที่สาธารณะของเมืองท่องเที่ยว (๒)
เพื่อสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะเชิงพุทธสู่วิถีชุมชนในผนังพื้นที่สาธารณะในรูปแบบการสร้างภาพ
๓ มิติ ที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น (๓)
เพื่อพัฒนาเมืองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะ และแหล่งเรียนรู้เชิงศิลปวัฒนธรรม
วิถีชุมชนแนวพุทธ ในรูปแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตน
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research)  โดยการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในรูปแบบการสร้างภาพสามมิติ
(3D) บนผนังพื้นที่สาธารณะ จำนวน ๖ แห่ง

ผลของการศึกษา พบว่า เมืองท่องเที่ยวทางศิลปะในญี่ปุ่นและในประเทศแถบยุโรปมีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในผนังพื้นที่สาธารณะของเมืองท่องเที่ยวไทยปัจจุบัน
เช่น ศิลปะแนวสตรีทอาร์ต เทศบาลนครลำปาง ศิลปะบนผนังชุมชน ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยง
เมืองปัตตานี ศิลปะสตรีทอาร์ต “ถนนนางงาม” เทศบาลนครยะลา และศิลปะสตรีทอาร์ต
เทศบาลนครสงขลา

การสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในผนังพื้นที่สาธารณะของเมืองท่องเที่ยวและการศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนและอัตลักษณ์ของท้องถิ่นนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในรูปแบบภาพ
๓ มิติ (3D) จำนวน
๖ แห่ง คือ ๑. หมู่บ้านดอนไชย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ๒. หมู่บ้านป่าตาล
อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ๓. หมู่บ้านแม่สูนน้อย อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ๔.
หมู่บ้านเหล่าพัฒนา อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ๕. หมู่บ้านทุ่งเสี้ยว
อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ๖.หมู่บ้านบ้านดง อำเภอสันป่าตอง
จังหวัดเชียงใหม่

การจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ด้านศิลปะ
(Art Workshop) ได้แก่ เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างข้าราชการ นักวิชาการ ศิลปิน ผู้นำชุมชน
และชาวบ้านในชุมชน การขับเคลื่อนผลงานศิลปะไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว และการจัดกิจกรรม
“ป้ายสี แต้มฝัน ปันจินตนาการ” เพื่อให้ความรู้ในเชิงปฏิบัติการด้านศิลปะภาพ
๓ มิติ (3D) แก่กลุ่มเยาวชน
การใช้สื่อสารมวลชนและสื่อสารสนเทศเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของชุมชน

คำสำคัญ: ศิลปะ, วิถีชุมชน, พื้นที่สาธารณะ

Research
Title:                  
Buddhist art to the folkways on the wall of public
areas

in
Chiang Mai

Researchers:                    Mr. Manit
Gowarit

Mr. Prasert Buphasut

Department:                      Mahaculalongkornrajavidyalaya
University,

Chiang Mai Campus

Fiscal
Year:                      
2562/2019

Research
Scholarship Sponsor:
Mahaculalongkornrajavidyalaya
University

ABSTRACT

This
research has three objectives: (1) to study the artistic creations of the
city’s public areas of tourism, (2) to create works of art to the Buddhist
community in the way of wall space in the form of 3D visualization are
appropriate and consistent with local cultures and (3) to develop a city as an
artistic and educational attraction, the cultural way of a Buddhist community
in a abilities unique style. This research is an action research by creating
artistic expression in three-dimensional (3D) image-building models of 6 public
spaces.

             The results were found as follows: The
city of art tourism in Japan and in the European countries has influenced the
creative work of art in the public areas of the current Thai tourist city, such
as: The art street art of Lampang, the art of the community, the shrine of Mae
Niang, Pattani City Street art Art “Nang Ngam Road”, Yala
Municipality and Art Street Arts, Songkhla municipality.

             The creation of artworks in the
public areas of the tourist city and the study of community history and local
identity led to the creation of an artistic contribution of 3D. 1.Wiang Tai
District, Nan Provincial Park, 2. Chang Tan Village, San Kamphaeng District,
Chiang Mai province, 3. Mae Mae Noi village, Amphoe Fang, Chiangmai, 4. Mae
Suai village, Chiang Rai province, 5. Thung-Si village, San Pa Tong, Chiang Mai
and 6. Village ban Dong, San Pa Tong, Chiang Mai.

             Art Workshop is a learning forum to
learn about the government, academics, artists, community leaders, and
communities. Driving art works as a tourist attraction and event “color
badge, dream sharing”, to provide operational knowledge of 3d art to the
youth. The use of mass media and information media to disseminate research and
publicity of the tourist attraction of the community.

Keywords: Art, Way of Community, Public Space.

https://drive.google.com/file/d/1XFgIGE-cQz1VfTiVXvqy4X64l1nlBkeX/view?usp=sharing

The post ศิลปะเชิงพุทธสู่วิถีชุมชนบนผนังพื้นที่สาธารณะในจังหวัดเชียงใหม่ appeared first on วิทยาลัยสงฆ์นครพนม.

วิทยาลัยสงฆ์นครพนม

เรื่องแจ้งการโอนนิตยภัตพระสอนศีลธรรม งวดที่ 14 ปีงบประมาณ 2564 (ประจำเดือนเมษายน 64 ครั้งที่ 2)

 838 รวมเข้าชม

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จังหวัดเพชรบุรี

จังหวัดราชบุรี

จังหวัดสมุทรสงคราม

The post เรื่องแจ้งการโอนนิตยภัตพระสอนศีลธรรม งวดที่ 14 ปีงบประมาณ 2564 (ประจำเดือนเมษายน 64 ครั้งที่ 2) appeared first on วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี.

วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี

อาหารพื้นบ้าน : กระบวนการจัดการอาหารพื้นบ้านยอดนิยมตามหลักโภชนาการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบน

 781 รวมเข้าชม

ผู้วิจัย: พระครูสังฆรักษ์บุญเสริม กิตฺติวณฺโณ,ดร., รศ.รวีโรจน์ ศรีคำภา, ดร.กาญจนา ดำจุติ, นางคุณญา แก้วทันคำ

ชื่อรายงานการวิจัย:      อาหารพื้นบ้าน
: กระบวนการจัดการตามหลักโภชนาการเพื่อสร้างเสริม 

                               สุขภาพผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบน

ผู้วิจัย:                    
พระครูสังฆรักษ์บุญเสริม
กิตฺติวณฺโณ,ดร., รศ.รวีโรจน์ ศรีคำภา,

                             ดร.กาญจนา
ดำจุติ และนางคุณญา แก้วทันคำ

ส่วนงาน:                    มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาเขตแพร่

ปีงบประมาณ:          
2562

ทุนอุดหนุนการวิจัย:      มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์
1) เพื่อศึกษาองค์ความรู้และคุณค่าตามหลักโภชนาการอาหารพื้นบ้านยอดนิยมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบน
2) เพื่อพัฒนาอาหารพื้นบ้านยอดนิยมตามหลักโภชนาการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบน
3) เพื่อศึกษาการจัดการองค์ความรู้อาหารพื้นบ้านยอดนิยมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบน และ 4) เพื่อเสนอเป็นนโยบายสาธารณะต่อองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนของอาหารพื้นบ้านยอดนิยมต่อการเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบน เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน
(mixed methods research) ทั้งในเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงทดลองในชุมชน
(Community trial)   ในภาคสนาม ซึ่งคณะวิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลจากปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์เชิงลึก
จากการแจกแบบสอบถามผู้ให้ข้อมูลหลัก และการสนทนากลุ่มย่อย และการวิจัยเชิงทดลอง โดยการนำผลการศึกษาจากเชิงคุณภาพและ
เชิงบรรยายมาทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาในชุมชน (Community trial)  และข้อมูลจากทุติยภูมิจากเอกสารที่ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analyses) วิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analyses) ผลการวิจัยพบว่า

          1.
องค์ความรู้และคุณค่าตามหลักโภชนาการอาหารพื้นบ้านยอดนิยมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบนนั้น
ได้องค์ความรู้ 3 ประการ คือ 1)
ด้านการประกอบอาหารพื้นบ้าน 2) ด้านด้านคุณค่าของอาหารตามหลักโภชนาการ
และ 3) ด้านรักษาโรคให้กับผู้สูงอายุ ในการประกอบอาหารพื้นบ้านยอดนิยม เกิดจากบรรพบุรุษ จากเพื่อนบ้าน กิจกรรมในชุมชน
และสื่อต่าง ๆ ส่วนคุณค่าอาหารพื้นบ้านยอดนิยมมีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นสมุนไพร
ซึ่งแต่ละชนิดมีสรรพคุณทางยาที่แตกต่างกัน 
และสามารถรักษาโรคและเสริมสร้างสุขภาพได้ 

2. การพัฒนาอาหารพื้นบ้านยอดนิยมตามหลักโภชนาการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบนตามคู่มือเมนูอาหารพื้นบ้าน 10 อย่างอาหารเหนือ หลังเข้ากิจกรรมเป็นเวลา 1 เดือน กลุ่มทดลองมีสัดส่วนของผู้ที่มีระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์เป้าหมายเพิ่มขึ้น
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วนสัดส่วนของผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือด
ระดับโคเลสเตอรอล ในเลือดและค่าดัชนีมวลกาย อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
ซึ่งอาหารพื้นบ้านนั้นสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุได้

3. การจัดการองค์ความรู้อาหารพื้นบ้านยอดนิยมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบนนั้นมีการจัดการความรู้ใน 3 รูปแบบ คือ 1)
การสะสมความรู้อาหารพื้นบ้าน จากบรรพบุรุษ และศึกษาเอง 2) การจัดการความรู้อาหารพื้นบ้าน และ 3)
การถ่ายทอดความรู้ของอาหารพื้นบ้านทั้งในระบบครอบครัว และผู้สูงอายุมีความรู้เพิ่มขึ้นและมีความพอใจในการจัดการความรู้อาหารพื้นบ้านยอดนิยมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบน

4. การเสนอเป็นนโยบายสาธารณะต่อองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนของอาหารพื้นบ้านยอดนิยมต่อการเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบนนั้น ทางโครงการจึงสนับสนุนให้องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนเสริมสร้างสุขภาพให้กับผู้สูงอายุใน 4
จังหวัด ได้พยายามให้เกิดการจัดการองค์ความรู้และนำไปสู่การกำหนดนโยบายของการพัฒนา
ดังนั้น จึงเป็นพื้นฐานเบื้องต้นในการเสริมสร้างสุขภาพและการเรียนรู้ของชุมชนของผู้สูงอายุที่จะนำไปสู่การเสริมสร้างสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรงสามารถดำรงค์ตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

คำสำคัญ: อาหารพื้นบ้าน, กระบวนการจัดการตามหลักโภชนาการ, การสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ

https://drive.google.com/file/d/1UD6S9tiVpA3OeKCVnMoBTQD2VJvXR-9q/view?usp=sharing

The post อาหารพื้นบ้าน : กระบวนการจัดการอาหารพื้นบ้านยอดนิยมตามหลักโภชนาการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบน appeared first on วิทยาลัยสงฆ์นครพนม.

วิทยาลัยสงฆ์นครพนม

การบริหารจัดการพื้นที่ทางวัฒนธรรมเวียงกาหลงโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีชุมชน

 888 รวมเข้าชม

ผู้วิจัย: พระครูสุธีสุตสุนทร (สมพงษ์ พอกพูน),ดร., ผศ.ดร. สมหวัง อินทร์ไชย, ผศ. จำเริญ ฐานันดร, ผศ.ดร. สหัทยา สิทธิวิเศษ, ผศ.ดร. ปฎิพันธ์ อุทยานุกุล, อานุรักษ์ สาแก้ว

ชื่อผู้วิจัย:          พระครูสุธีสุตสุนทร (สมพงษ์
พอกพูน), ดร.,

                     ผศ. ดร. สมหวัง
อินทร์ไชย

                     ผศ. จำเริญ
ฐานันดร,

                     ผศ. ดร.สหัทยา
สิทธิวิเศษ,

                     ผศ. ดร.ปฏิพันธ์
อุทยานุกูล และ

                     นายอานุรักษ์
สาแก้ว

ส่วนงาน:           มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย

ปีงบประมาณ:      ๒๕๖๒

ทุนอุดหนุนการวิจัย:  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บทคัดย่อ

         งานวิจัยเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ทางวัฒนธรรมเวียงกาหลงโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีชุมชน
มีวัตถุประสงค์ คือ      เพื่อจัดทำแผนที่ทางวัฒนธรรมในเขตพื้นที่ทางวัฒนธรรมเวียงกาหลง
อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย สร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมสำหรับการอนุรักษ์
และนำไปสู่การสร้างผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมในเขตพื้นที่ทางวัฒนธรรมเวียงกาหลง
อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
และเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานการศึกษากับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในเขตพื้นที่ทางวัฒนธรรมเวียงกาหลง
อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย สำหรับการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืนผ่านศิลปะและวัฒนธรรมของชุมชน
เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mix method)
ทั้งเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)
การวิจัยในเชิงเอกสาร (Documentary Research)
และการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ
(Key-Informant)
ที่เป็นตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาครัฐ กลุ่มศิลปะเวียงกาหลง
ผู้บริการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน นักประวัติศาสตร์
ปราชญ์ท้องถิ่น ผู้นำทางศาสนา นักท่องเที่ยว ชาวบ้าน เยาวชน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ
ผลวิจัย พบว่า

             การจัดทำแผนที่ทางวัฒนธรรมเวียงกาหลง
เป็นแผนที่พื้นที่ที่เป็นศิลปะและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับ ๓ กลุ่มใหญ่ ๆ คือ (๑)
กลุ่มแหล่งโบราณสถานและพุทธศิลปกรรม (๒) กลุ่มธรรมชาติสร้างสรรค์ และ (๓)
กลุ่มประกอบการนิทรรศการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และของฝาก         เวียงกาหลง และนำไปสู่การสร้างผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์
ฟื้นฟู ส่งเสริมทั้งที่เป็นการอนุรักษ์ศิลปะเวียงกาหลงดั้งเดิมและศิลปะเวียงกาหลงร่วมสมัย
และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือสำหรับการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืนผ่านศิลปะและวัฒนธรรมของชุมชนกับหน่วยงาน
องค์กร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

Title:              The Cultural Management in Wiang
Ka Long Area  in the Local

                     Community by Participatory
Action Research

Author:           Phrakhru
Suteesutasuntorn (Sompong Phokphoon), Dr.

                     Assist. Prof. Dr. Somwang
Inchai,

                     Assist.
Prof. Chamroen Thanandorn

                     Assist. Prof. Dr. Sahataya
Sithiwiset,

                     Assist. Prof. Dr. Pathipan
Uthayanukul and

                     Mr. Anurak Sakaew

Division:            Mahachulalongkornrajavidyalaya University

                      Chiang
Rai Buddhist College

Academic year: 2562/2019

Research Scholarship Sponsor:  Mahachulongkornrajvidhalaya University.

Abstract

             The Cultural Management in Wiang Ka
Long Area  in the Local Community by Participatory
Action Research aimed to create a cultural map in Wiang Kalong cultural
area Wiang Pa Pao District Chiang Rai Province, to create a cultural
conservation area leading to the creation of cultural entrepreneurs in the
Wiang Kalong cultural area Wiang Pa Pao District Chiang Rai Province, and to
create a cooperation network between the educational agencies and other public
and private agencies in Wiang Kalong cultural area Wiang Pa Pao District Chiang
Rai Province for sustainable area development through arts and culture of the
communities.
It was a mixed-method research: qualitative research, documentary
research and action research. The key informants included the representatives
of local administrative organizations, government organizations, Wiang Kalong
Art Group, and educational institutions, as well as community leaders,
community entrepreneurs, historians, local scholars, religious leaders,
tourists, villagers, youths, and other concerned parties. The research found
that

             To make Wiang Ka Long cultural map
to be Art and Cutural area map related to 3 big
groups (1)
archaeological sites and Buddha art (2) natural
creative groups and (3) contemporary art exhibition groups and
Wiang Ka Long souvenirsand leading to conserve,recover and promote both
primitive Wiang Ka Long  Art and
contemporary Art to build co-operation net work through art and cultural
community with governmental and non governmental units

https://drive.google.com/file/d/1yQBfgbvbVL-CFtORIm56donWwBgkqVK7/view?usp=sharing

The post การบริหารจัดการพื้นที่ทางวัฒนธรรมเวียงกาหลงโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีชุมชน appeared first on วิทยาลัยสงฆ์นครพนม.

วิทยาลัยสงฆ์นครพนม

รูปแบบการพัฒนาภูมิปัญญาและประเพณีเชิงพุทธกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนในเขตอีสานใต้

 811 รวมเข้าชม

ผู้วิจัย: ดร.สิรภพ สวนดง

บทคัดย่อ

รายงานวิจัยเรื่อง “รูปแบบการพัฒนาภูมิปัญญาและประเพณีเชิงพุทธกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนในเขตอีสานใต้”
มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปและบริบทของภูมิปัญญาประเพณีทางพระพุทธศาสนาของประชาชนในเขตอีสานใต้
๒) เพื่อศึกษาภูมิปัญญาประเพณีและการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาของประชาชนที่ปรากฏอยู่ในเขตอีสานใต้
และ ๓) เพื่อเสนอรูปแบบการพัฒนาภูมิปัญญาและประเพณีเชิงพุทธกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนในเขตอีสานใต้
เป็นการวิจัยแบบคุณภาพและเชิงปฏิบัติการ โดยใช้วิธีการวิจัยสัมภาษณ์แบบลงพื้นที่วิจัย

ผลจากการวิจัยพบว่า

ภูมิปัญญาเป็นองค์ความรู้ของคนในชุมชนท้องถิ่น
โดยมีการสั่งสมกันมาจากประสบการณ์ ระยะเวลาของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
เป็นการดำรงชีวิตให้เข้ากับธรรมชาติ แล้วสืบต่อกันมาจนเป็นภูมิปัญญาประเพณีท้องถิ่นของประชาชนในอีสานใต้
และภูมิปัญญาประเพณีของประชาชนที่ปรากฏอยู่ในเขตอีสานใต้มีดังต่อไปนี้ คือ (๑)
อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดกิจกรรมทำเทียนพรรษา
เป็นการสร้างความสามัคคีทั้งบ้าน วัด โรงเรียน (บวร) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี (๒)
อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ มีการจัดกิจกรรมบุญบั้งไฟ
ซึ่งแสดงออกถึงการสักการบูชาจากความเชื่อเกี่ยวกับพิธีขอฝน
หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประกอบพิธีกรรมขึ้น (๓) อำเภอหนองบัวแดง
จังหวัดชัยภูมิ มีกิจกรรมบุญกระธูป ชุมชนจัดกิจกรรมร่วมกันแสดงออกความเคารพศรัทธาต่อพระรัตนตรัย
และ (๔) อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์
มีการจัดกิจกรรมการบวชนาคช้างถือเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา

รูปแบบการพัฒนาภูมิปัญญาและประเพณีเชิงพุทธกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนในเขตอีสานใต้
ผู้วิจัยได้ลงพื้นที่การวิจัยโดยการสัมภาษณ์ มี ๔ รูปแบบ คือ (๑)
รูปแบบการส่งเสริมและการพัฒนาองค์ความรู้ของภูมิปัญญาและประเพณีเชิงพุทธ  มีการกำหนดสิ่งที่ต้องเรียนรู้ด้านประเพณี
วัฒนธรรมและพิธีกรรม มีการสร้างและแสวงหาความรู้ มีกระบวนการทางความรู้
มีความคิดสร้างสรรค์ มีการจัดทำเป็นหนังสือเพื่อเป็นการพัฒนาให้เป็นลายลักษณ์อักษร
เพื่อเป็นต้นแบบหรือต้นฉบับองค์ความรู้
เพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้าเป็นรูปแบบเดียวกันในท้องถิ่น  (๒)
รูปแบบการส่งเสริมและการพัฒนาการถ่ายทอดภูมิปัญญาตามหลักศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารในชุมชน เพื่อการสร้างความสามัคคีหรือสร้างองค์ความรู้สมัยใหม่ให้แก่ชุมชน
ให้ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงรวดเร็ว
การช่วยประสานงานที่เป็นประโยชน์ของความรู้ภูมิปัญญาประเพณีเชิงพุทธทั้งความรู้ดั้งเดิมและความรู้สมัยใหม่ในปัจจุบัน
เพื่อผสมผสานให้ทันสมัย (๓)
รูปแบบการส่งเสริมและการพัฒนาการสร้างเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการฝึกอบรม
เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ตามหลักการ วิธีการและได้มีความรู้เพิ่มเติม
สร้างความสามัคคี มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสานงานที่ให้มีประสิทธิภาพ
สามารถสร้างสรรค์ความรู้ ความคิดเห็นให้เป็นไปตามแบบอย่างจะเป็นแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
และประสบการณ์ และหน่วยงานภายในองค์กร (๔)
รูปแบบการส่งเสริมและการพัฒนาการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ประเพณีทางพุทธศาสนา ต้องปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
เพื่อสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตที่ดีงาม
เป็นการสร้างความเจริญและความสุขให้ทั้งตนเองและสังคม อีกอย่างหนึ่งก็เป็นการการสร้างอาสาสมัครเพื่อนำไปสู่สังคมความร่วมมือในชุมชนและพัฒนาตามกระบวนการไปสู่ถึงเป้าหมายโดยการใช้ความรู้
ความเข้าใจ สร้างความตระหนักและความสำนึกในการเข้ามามีส่วนร่วม 

Research Title:         The Development Model of Buddhist Wisdom and Tradition
and

                                Promotion of
Public Learning in  Southern Isan

Researcher:             Dr.Siraphop Suandong, and
Dr.Sanguan Lapontan 

Department:            Mahachulalongkornrajavidyalaya
University, Nakhon Ratchasima                                       

                               campus

Fiscal Year:              2562/2019

Research Scholarship Sponsor:  Mahachulalongkornrajavidyalaya
University                                           

ABSTRACT

The
research report on ” The Development Model of Buddhist Wisdom and
Tradition and Promotion of Public Learning in 
Southern Isan” has the objectives 1) to study
of the general state and  the context of
the Buddhist traditional wisdom of people in the South-Isan region, 2) to study the Buddhist traditional wisdom and learning of
the people that appear in the South-Isan region and 3) to
offer of the model for developing Buddhist wisdom and traditions with the
promotion of people’s learning in the South-Isan region.
It is a research of quality and practice by using interview research
methodology in the research area.

The
result of the research found that

Wisdom is the knowledge of the people in the local community with
accumulation from experience. The duration of continuous learning is living in
harmony with nature, then passed on to the local traditions of the people in
the Southern-Isan region. And the wisdom and tradition of the people that
appear in the Southern-Isan region are as follows: (1) Chokchai District,
Nakhon Ratchasima Province organized activities to make candles. It is to
create unity in all houses, temples, schools (Bowon), which is organized
annually, (2) Nong Hong District, Buri Ram Province has activity for fireballs
which demonstrate the worship of beliefs about the ceremony for rain or related
agencies have performed the ritual, (3) Nong Bua Daeng District, Chaiyaphum
Province has activity of tradition of merit making, incense sticks. The
community organized activities to show respect and respect for the Triple Gem
and (4) Tha Tum District, Surin Province. There is activity with the ordination
of elephants to ordain as a means to renew age of Buddhism.

The developmental model of Buddhist wisdom and tradition and
promotion of public learning in the Southern-Isan region, the researcher
entered the research area by interviewing in 4 types which are (1) the form of
promotion and development of knowledge of Buddhist wisdom and traditions. There
are stipulations that must be learned about traditions, cultures and rituals,
there is creating and seeking knowledge, there is a knowledge process, there is
creative thinking, threr has been written book in order to be a written
development to be a prototype or original knowledge to be used in the study of
the same form in the locality, (2) the form of promotion and development of
wisdom transfer according to modern science which is information in the
community for creating unity or creating new knowledge for the community to
receive information and information quickly helping to coordinate the benefits
of knowledge and traditional Buddhist wisdom, both traditional knowledge and
modern knowledge today in order to integrate modernly, (3) the form of
promotion and development for the creation of a network of related agencies,
with training to create learning processes based on principles, methods, and
additional knowledge, there is create unity, there is exchange of knowledge.
Coordinate for efficiency able to create knowledge and opinions according to
the model, will exchange knowledge and experience and departments within the
organization (4) the form of promotion and development of awareness raising,
preservation of Buddhist traditions must follow the Buddhist principles in
accordance with a good life , it is building prosperity and happiness for both
ourselves and society, on the other hand, it is volunteer creation to
contribute to society, community cooperation and it is development according to
the process to reach the goal by using knowledge, understanding, creating
awareness and awareness of participation.

PDF Embedder requires a url attribute

https://drive.google.com/file/d/1JzTlLKUwyO-HqBnVifO7Lf4IjiL0qW5v/view?usp=sharing

The post รูปแบบการพัฒนาภูมิปัญญาและประเพณีเชิงพุทธกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนในเขตอีสานใต้ appeared first on วิทยาลัยสงฆ์นครพนม.

วิทยาลัยสงฆ์นครพนม

การพัฒนาเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยววิถีศิลป์บนเส้นทางบ้านศิลปินล้านนา

 840 รวมเข้าชม

ผู้วิจัย: ทรงเดช ทิพย์

ชื่อรายงานการวิจัย:      โครงการย่อยที่
๔  เรื่อง การพัฒนาเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยววิถีศิลป์บน

เส้นทางบ้านศิลปินล้านนา

ผู้วิจัย:                      นายทรงเดช  ทิพย์ทอง

นายมานิตย์ โกวฤทธิ์

นายศตวรรษ  หน่อแก้ว

หน่วยงาน:                 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย

ปีงบประมาณ:             ๒๕๖๒ 

ทุนอุดหนุนการวิจัย:      มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มี วัตถุประสงค์ ๓
ประการคือ ๑)
เพื่อศึกษาการพัฒนาเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะของบ้านศิลปิน ๒)
เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาบ้านศิลปินเป็นแหล่งเส้นทางท่องเที่ยว
และ ๓) เพื่อพัฒนาเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยววิถีศิลป์บนเส้นทางของบ้านศิลปินล้านนา
โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research)  กับกลุ่มเป้าหมาย
คือ บ้านศิลปินในจังหวัดเชียงราย จำนวน ๑๕ แห่ง

ผลของการศึกษา
พบว่า เส้นทางแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะของบ้านศิลปิน
มี ๓ เส้นทาง ๑๕ บ้านศิลปิน ดังนี้
๑.
เส้นทางหอศิลป์เวียงเชียงราย-เวียงชัย ๒. เส้นทางหอศิลป์แม่ลาว-พาน และ ๓.
เส้นทางหอศิลป์แม่จัน-แม่สาย-เชียงแสน จากผลการดำเนินงานวิจัยควบคู่กับการพัฒนาเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยววิถีศิลป์บนเส้นทางบ้านศิลปินล้านนาได้ก่อให้เกิดกิจกรรม
“เปิดบ้านศิลปินเชียงราย” จำนวน ๓๐ หลัง ๑ หอศิลปะ และวัฒนธรรมอำเภอ
เพื่อการท่องเที่ยวและส่งเสริมภาพลักษณ์ “เชียงรายเมืองศิลปะอย่างยั่งยืน”
และการจัดทำเป็นแอปพลิเคชั่น (Application) บ้านศิลปิน

ศักยภาพในการพัฒนาบ้านศิลปินเป็นแหล่งเส้นทางท่องเที่ยว
มี ๓ ด้าน คือ ๑. ศักยภาพด้านศิลปิน  ๒.
ศักยภาพด้านแหล่งเรียนรู้ และ ๓. ศักยภาพด้านสิ่งอำนวยความสะดวก, การพัฒนาความพร้อมของบ้านศิลปิน มี ๕ ด้าน คือ ๑.
ความพร้อมด้านงบประมาณ  ๒.
ความพร้อมด้านสถานที่  ๓. ความพร้อมด้านเส้นทาง
๔. ความพร้อมด้านศิลปิน ๕. ความพร้อมด้านนักท่องเที่ยว

การพัฒนาเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยววิถีศิลป์บนเส้นทางของบ้านศิลปินล้านนาของจังหวัดเชียงราย
มี ๕ ประการ คือ ๑. การดำเนินกิจกรรมของเครือข่ายให้มีความต่อเนื่อง  ๒. ความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ๓.
การพัฒนาฐานข้อมูลเครือข่ายที่ทันสมัย ๔. ความพร้อมของกลุ่มศิลปินภายในเครือข่าย
และ ๕. การสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายภายนอก

แนวทางในการพัฒนาเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยววิถีศิลป์บนเส้นทางของบ้านศิลปินล้านนา
มี ๔ องค์ประกอบ คือ ๑. การจัดหางบประมาณ 
๒. การจัดสร้างบ้านศิลปินเพิ่มเติม ๓. การสร้างสรรค์งานศิลป์สู่ชุมชน และ
๔. การจัดสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลป์

คำสำคัญ:
เครือข่าย, เส้นทางการท่องเที่ยว,
ศิลปิน

Research
Title:                  
The Network Development of Tourist Routes

on
the Way Home Arts of Lanna Artists.

Researchers:                    Mr.Songdaj Thipthong

Mr.Manit Gowarit

Mr.Sattawat Norkaew

Department:                      Mahachulalongkornrajavidyalaya
University,

Chiang Rai College.

Fiscal
Year:                      
2562/2019

Research
Scholarship Sponsor:
Mahachulalongkornrajavidyalaya University

ABSTRACT

This
study has three objectives: 1. To study the development of tourist attraction
routes in the arts Of the artist’s house, 2. To analyze
the potential and readiness In the development of an artist’s house As a source
of tourism routes, 3. To develop the tourism network The way of art on the path
Lanna Artist House. By using Action Research with artists’ house groups in
Chiang Rai Province, consisting of 15 galleries.

             The results were found as
follows: There are 3 routes of tourist attraction in the artist’s house, total
15 galleries 1.
the route of Wiang Chiang Rai – Wiang Chai 
2. the route of Mae Lao – Phan 3. The route of Mae Chan – Mae Sai –
Chiang Saen. After that, an activity occurred. “Chiang Rai Artist House
Open”, 30 units, 1 Art Gallery for Tourism and Image Promotion
“Chiang Rai Sustainable Art City” and the creation of an artist’s
home application.

The potential of developing an artist house is a tourist
destination with 3aspects. 1)
Artists, 2) potential of learning resources and, 3) potential of facilities, And
development of the readiness of the artist’s house, there are 5 aspects
1) Budget readiness, 2) Location readiness, 3) Route readiness, 4) Artist
readiness,
5) Travel readiness.   

Guidelines
for the development of the art tourism attraction network There are 4 elements
on the path to the artist’s house, 1) Budget procurement 2) Creating additional
artist houses 3) Creating art in the community 4) Creating art tourism routes.

Keywords: Tourist
attraction network, Artistic Travel Route, Artists.

https://drive.google.com/file/d/1yrRXxkYDs3vekQM2_it2dOS6zq6p0R-Q/view?usp=sharing

The post การพัฒนาเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยววิถีศิลป์บนเส้นทางบ้านศิลปินล้านนา appeared first on วิทยาลัยสงฆ์นครพนม.

วิทยาลัยสงฆ์นครพนม

การพัฒนารูปแบบเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับผู้สูงอายุด้วยพุทธบูรณาการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระยะยาว

 886 รวมเข้าชม

ผู้วิจัย: นเรศร์ บุญเลิศ

บทคัดย่อ

          วิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เรื่องการพัฒนารูปแบบเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับผู้สูงอายุด้วยพุทธบูรณาการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระยะยาว
องค์ความรู้ที่เป็นผลการจัดการความรู้ในระดับชุมชนด้านการศึกษาเชิงสำรวจ
ข้อมูลและวิธีการใช้ประโยชน์ของนวัตกรรมดิจิทัลชีวิตประจำวัดของผู้สูงอายุอย่างถูกต้องเหมาะสม
การจัดการความรู้เพื่อใช้นวัตกรรมดิจิทัลโดยชุมชนมีส่วนร่วมเป็นการสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับผู้สูงอายุ
ในการพัฒนาแบบผสมผสานแหล่งความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
และแหล่งความรู้ใหม่ที่สำคัญที่นำไปสู่กระบวนการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
โดยใช้วิธีการศึกษาผสมผสานทั้งการสำรวจ ศึกษาเอกสาร ศึกษาแผนพัฒนาตำบล
โดยการสนทนากลุ่มกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการสัมภาษณ์ จากกลุ่มผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล
จำนวน ๑๐ คน ผู้สูงอายุ
จำนวน ๗๐ คน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล จำนวน ๑๐ คน ผู้เกี่ยวข้องจำนวน
๑๐ คน  โดยใช้วิธีการเจาะจงตามการศึกษาวิจัยจำนวน
๑๐๐ คน โดยใช้วิธีการเจาะจงตามการศึกษาวิจัย นำข้อมูลมาวิเคราะห์ใน ๒
ประเด็นที่ศึกษา

          ผลการวิจัยพบว่า
การศึกษาการพัฒนารูปแบบเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับผู้สูงอายุด้วยพุทธบูรณาการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระยะยาว
การใช้ประโยชน์ของนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสุขภาพสร้างความเข้มแข็งชุมชน
จากสภาพองค์ความรู้ของเทคโนโลยีปัจจุบันด้านการใช้ประโยชน์ในด้านส่งผลให้การดูแลผู้สูงอายุในชุมชนไม่ได้นำมาใช้กับวิถีชีวิตของคนชุมชนความหลากหลายอย่างเหมาะสมกับสภาพของชุมชน
การเรียนรู้วิถีชุมชน การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลสุขภาพสร้างความเข้มแข็งชุมชน
การจัดกิจกรรมในระดับชุมชนจึงไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในการพึ่งพาตนเอง

Research
Title:

                      The Development of
Digital Technology for the

                                           Elderly
with the Buddhist Integrationof Local

                                           Government
in the Long Run.    

Researcher:                            Mr. Narate Bunloet
Department:                          Mahachulalongkornrajavidyalaya
University.

                                           Buddhist Chiang
Rai college,
Fiscal year:                             2019
Research Scholarship Sponsor: Mahachulalongkornrajavidyalaya
University.      

ABSTRACT

          This
research The development of digital technology model for seniors with
Buddhist integration of local governments in the long run. Knowledge is
knowledge management in the education community survey. And how to take
advantage of innovative digital lifestyle of the elderly are properly
measured. Knowledge management for digital innovation, community
involvement, creating good health for the elderly. To develop an integrated
source of knowledge. local knowledge New knowledge and resources
essential to the process of building a strong community. By using a combination
of both surveys, study documents the development plan for the
district. The focus groups and interviews with local governments. The
Group Executive Administrative District 10 seniors were 70 specialist digital
technology has 10 people involved, 10 people by means of specific research
study of 100 people by means of specific research studies. The data were
analyzed in a study two issues.

          The research found that Education
to develop a model for older digital technology with the integration of the
Buddhist organization in the long run. The use of digital technology
innovation to build a strong community. From the knowledge of the current
technology utilization, resulting in elderly care in the community is not used
to the way of life of a community of diverse communities of the
state. Learning Lifestyle The development of digital technology, strengthening
community health. Activities at the community level, it is clear that
substantial self-reliance.

https://drive.google.com/file/d/1yrRXxkYDs3vekQM2_it2dOS6zq6p0R-Q/view?usp=sharing

The post การพัฒนารูปแบบเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับผู้สูงอายุด้วยพุทธบูรณาการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระยะยาว appeared first on วิทยาลัยสงฆ์นครพนม.

วิทยาลัยสงฆ์นครพนม

ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ เรื่อง รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย ประเภทตำแหน่ง วิชาการ

 843 รวมเข้าชม

วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ

ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ เรื่อง รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ประเภทตำแหน่ง วิชาการ

 736 รวมเข้าชม

วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ

ปฐมนิเทศนิสิตใหม่ออนไลน์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๔

 748 รวมเข้าชม

วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ น. วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ ได้จัดกิจกรรมปฐมนิเทศใหม่ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๔ ผ่านระบบออนไลน์ ณ ห้องประชุมศูนย์บัณฑิตศึกษา ชั้น ๒ อาคารเฉลิมพระเกียรติ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน โดยได้รับเมตตาจากพระเดชพระคุณพระชยานันทมุนี,ผศ.ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นประธานกล่าวให้โอวาทแก่นิสิตใหม่ พร้อมแนะนำแนวทางปฎิบัติในการจัดการเรียนการสอน การปฎิบัติตนของนิสิต นวลักษณ์ ๙ ประการ หลังจากนั้นได้มีคณะผู้บริหารกล่าวต้อนรับ และพบปะชี้แจงให้นิสิตทราบ ถึงช่องทางการติดต่อประสานงานกับทางมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นประโยชน์แก่นิสิตทุกท่าน

ดูรูปภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่

My Website

วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ