ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียน

 4,302 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

อาเซียน (ASEAN) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East AsianNations หรือ ASEAN) โดยการจัดตั้งในครั้งแรกมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมและร่วมมือในเรื่องสันติภาพ, ความมั่นคง, เศรษฐกิจ, องค์ความรู้, สังคมวัฒนธรรม บนพื้นฐานความเท่าเทียมกันและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิก เป็นการรวมตัวกันของ 10 ประเทศ ในทวีปเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฎิญญาว่าด้วย ความร่วมมืออาเซียนเห็นชอบ ให้จัดตั้ง ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือ เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจุดเริ่มต้นโดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง สมาคมอาสา (Association of South East Asia) เมื่อเดือน ก.ค.2504 เพื่อการร่วมมือกันทาง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่ ดำเนินการ ไปได้เพียง 2 ปี ก็ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากความผกผันทางการเมือง ระหว่างประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย จนเมื่อมีการฟื้นฟูสัมพันธ์ทางการฑูต ระหว่างสองประเทศ จึงได้มีการแสวงหาหนทางความร่วมมือกันอีกครั้ง และสำเร็จภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ในปีนั้นเองจะมีการเปิดกว้างให้ประชาชนในแต่ละประเทศสามารถเข้าไปทำงานในประเทศ อื่น ๆ ในประชาคมอาเซียนได้อย่างเสรี เสมือนดังเป็นประเทศเดียวกัน

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) หรือ ปฏิญญาอาเซียน (ASEAN Declaration) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 โดยมีประเทศสมาชิก 5 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สาเหตุหลักที่ทำให้ระยะแรกประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างความร่วมมือระหว่างกันในระดับภูมิภาค ส่วนหนึ่งมาจากการที่ก่อนหน้านี้แต่ละประเทศในภูมิภาคโดยเฉพาะประเทศที่เพิ่งผ่านพ้นจากการเป็นอาณานิคม ยังคงยึดถือหลักการของเอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน ภายใต้ความรู้สึกชาตินิยม ทำให้แต่ละประเทศมองถึงผลประโยชน์ของตนในกรอบที่แคบ และไม่สามารถมองเห็นผลประโยชน์ของชาติในกรอบที่ใหญ่กว่าได้ ดังนั้น ความร่วมมือในระดับภูมิภาคจึงยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ต่อมา เมื่อเวลาผ่านไป หลายประเทศเริ่มเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุส-ซาลาม เวียดนาม ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา ตามลำดับ จึงทำให้ปัจจุบันอาเซียน มีสมาชิก 10 ประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้อาเซียนจะเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในเวทีโลก แต่น้อยคนที่ทราบว่ากว่าจะมีวันนี้ได้นั้น ผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการผลักดันให้เกิดอาเซียนจนเป็นผลสำเร็จนั้น คือประเทศไทย โดยเฉพาะนักการทูตไทย สองท่าน ซึ่งเป็นผู้ได้รับการยอมรับนับถือจาก นักการทูตและผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก คือ ฯพณฯ รัฐมนตรีฯ ถนัด คอมันตร์ และ ดร.สมปอง สุจริตกุล

ท่าน ดร. ถนัดฯ เป็นนักการทูตและการต่างประเทศ ผู้ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดอาเซียน ด้วยคิดริเริ่มของท่าน ที่จะสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นความร่วมมือที่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคสามารถควบคุมทิศทางการดำเนินนโยบาย และอนาคตของตนเองได้อย่างแท้จริง เพื่อนำตนเองให้รอดพ้นจากภัยสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียต การแข่งขันเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่งในเอเชียระหว่างจีนกับสหภาพโซเวียต และการที่จีนเร่งขยายอิทธิพลด้านการเมืองและการทหารของตนเข้าไปในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคจนทำให้เกิดการสู้รบในรูปแบบของสงครามกองโจร และการก่อการร้ายในหลายประเทศ รวมทั้งในประเทศไทย ดร.ถนัด คอมันตร์ ได้ใช้ความพยายามในการชี้ให้ผู้นำประเทศเหล่านี้ตระหนักถึง สภาพแวดล้อม และสถานการณ์ที่แท้จริงภายในภูมิภาค ทำให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ เหล่านี้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือภายในภูมิภาค เพื่อผลประโยชน์ของทุกประเทศร่วมกัน ซึ่งการใช้ความพยายามในการโน้มน้าวความคิดของผู้นำประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ ประเทศไทยได้ใช้การทูตแบบไม่เป็นทางการ (informal diplomacy) เป็นหลัก โดยตอกย้ำถึง ความผูกพันที่ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งตัวผู้นำประเทศ มีต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน ทั้งในด้านภาษา ศาสนา วัฒนธรรม จารีตประเพณี ประวัติศาสตร์ และความเป็นอยู่ของประชาชน จนความไว้เนื้อเชื่อใจบังเกิดขึ้น และผู้นำประเทศต่าง ๆ เริ่มที่จะมีท่าทีที่ผ่อนคลาย และเป็นกันเองต่อกัน ซึ่งต่อมาการทูตแบบไม่เป็นทางการ การทูตแบบ sports shirt diplomacy และการทูตบนสนามกอล์ฟ ในลักษณะนี้ได้กลายเป็นจารีต และจุดเด่นทางการทูตของผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศสมาชิกอาเซียน เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน บริบททางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทำให้อาเซียนต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายใหม่ๆ อาทิเช่น โรคระบาด การก่อการร้าย ยาเสพติด การค้ามนุษย์ สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ อีกทั้ง ยังมีความจำเป็นต้องรวมตัวกันเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและขีดความสามารถทางการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคใกล้เคียง และในเวทีระหว่างประเทศ ผู้นำอาเซียนจึงเห็นพ้องกันว่า อาเซียนควรจะร่วมมือกันให้เหนียวแน่น เข้มแข็ง และมั่นคงยิ่งขึ้น จึงได้ประกาศ “ปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือในอาเซียน ฉบับที่ 2” (Declaration of ASEAN Concord II) ซึ่งกำหนดให้มีการสร้างประชาคมอาเซียนที่ประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่

ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political and Security Community – APSC) มุ่งให้ประเทศกลุ่มสมาชิกอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แก้ไขปัญหาระหว่างกันโดยสันติวิธี มีเสถียรภาพและความมั่นคงรอบด้าน เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของเหล่าประชาชน
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) มุ่งเน้นให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆได้โดย
ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio – Cultural Community – ASCC) มุ่งหวังให้ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงทางสังคม มีการพัฒนาในทุกๆ ด้าน และมีสังคมแบบเอื้ออาร โดยจะมีแผนงานสร้างความร่วมมือ 6 ด้าน คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน การลดช่องว่างทางการพัฒนา

จุดประสงค์หลักของอาเซียน

ปฏิญญากรุงเทพฯ ได้ระบุวัตถุประสงค์สำคัญ 7 ประการของการจัดตั้งอาเซียน ได้แก่

ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริหาร
ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค
เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค
ส่งเสริมให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี
ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจัย และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม
เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ

ภาษาอาเซียน  ภาษาทางการที่ใช้ในการติดต่อประสานงานระหว่างประเทศสมาชิก คือ ภาษาอังกฤษ

คำขวัญของอาเซียน “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม” (One Vision, One Identity, One Community)

อัตลักษณ์อาเซียน อาเซียนจะต้องส่งเสริมอัตลักษณ์ร่วมกันของตนและความรู้สึกเป็นเจ้าของในหมู่ประชาชนของตน เพื่อให้บรรลุชะตา เป้าหมาย และคุณค่าร่วมกันของอาเซียน

สัญลักษณ์อาเซียน

สัญลักษณ์อาเซียน หรือเรียกว่า ดวงตราอาเซียน เป็น รูปมัดรวงข้าว สีเหลืองบนพื้นวงกลม สีแดงล้อมรอบด้วยวงกลมสีขาว และสีน้ำเงิน มีความหมายคือ

รวงข้าวสีเหลือง 10 ต้น หมายถึง ความใฝ่ฝันของบรรดาสมาชิกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทั้ง 10 ประเทศ ให้มีอาเซียนที่ผูกพันกันอย่างมีมิตรภาพและเป็นหนึ่งเดียว

วงกลม เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงเอกภาพของอาเซียน

ตัวอักษรคำว่า asean สีน้ำเงิน อยู่ใต้ภาพรวงข้าว แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อความมั่นคง สันติภพ เอกภาพ และความก้าวหน้าของประเทศสมาชิกอาเซียน

สีเหลือง : หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง

สีแดง : หมายถึง ความกล้าหาญและการมีพลวัติ

สีขาว : หมายถึง ความบริสุทธิ์

สีน้ำเงิน : หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง

 

ธงอาเซียน

ธงอาเซียนเป็นธงพื้นสีน้ำเงิน มีดวงตราอาเซียนอยู่ตรงกลาง แสดงถึงเสถียรภาพ สันติภาพ ความสามัคคี และพลวัตของอาเซียน สีของธงประกอบด้วย สีน้ำเงิน สีแดง สีขาว และสีเหลือง ซึ่งเป็นสีหลักในธงชาติของบรรดาประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้งหมด

วันอาเซียน ตรงกับวันที่ 8 สิงหาคม ของทุกปี กำหนดให้เป็นวันอาเซียน

เพลงประจำอาเซียน (ASEAN Anthem) คือ เพลง ASEAN WAY

 

กฎบัตรอาเซียน

กฎบัตรอาเซียน กำหนดให้อาเซียนและประเทศสมาชิกปฏิบัติตามหลักการโดยสรุป ดังต่อไปนี้

เคารพเอกราช อธิปไตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน และอัตลักษณ์แห่งชาติของรัฐสมาชิกอาเซียนทั้งปวง
ผูกพันและรับผิดชอบร่วมกันในการเพิ่มพูนสันติภาพ ความมั่นคง และความมั่งคั่งของภูมิภาค
ไม่รุกรานหรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังหรือการกระทำอื่นใดในลักษณะที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
ระงับข้อพิพาทโดยสันติ
ไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐสมาชิกอาเซียน
เคารพสิทธิของรัฐสมาชิกทุกรัฐในการธำรงประชาชาติของตนโดยปราศจากการแทรกแซง การบ่อนทำลาย และการบังคับจากภายนอก
ปรึกษาหารือที่เพิ่มพูนขึ้นในเรื่องที่มีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ร่วมกันของอาเซียน
ยึดมั่นต่อหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล หลักการประชาธิปไตยและรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ
เคารพเสรีภาพพื้นฐาน การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม
ยึดถือกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ที่ รัฐสมาชิกอาเซียนยอมรับ
ละเว้นจากการมีส่วนร่วมในการคุกคามอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนหรือเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของรัฐสมาชิกอาเซียน
เคารพในวัฒนธรรม ภาษา และศาสนาที่แตกต่างของประชาชนอาเซียน
มีส่วนร่วมกับอาเซียนในการสร้างความสัมพันธ์กับภายนอกทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยไม่ปิดกั้นและไม่เลือกปฏิบัติ
ยึดมั่นในกฎการค้าพหุภาคีและระบอบของอาเซียน

หมายเหตุ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก กฎบัตรอาเซียน http://asc.mcu.ac.th/main/?p=3984

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://asean2019.go.th/th/abouts/birth-of-asean/

https://www.huayyangsakon.go.th/index/?page=article9378

ASEAN Studies Centre

ปริญญากิตติมศักดิ์และเข็มเกียรติคุณ

 500 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

กิตติมศักดิ์

wdt_ID ที่ ระดับ ปี ชื่อ ที่อยู่ หลักสูตร

1
1
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2522
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถร)
วัดราชบพิธ กทม.
พุทธศาสตร์

2
2
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2522
สมเด็จพระธีรญาณมุนี (ปุณฺณกมหาเถร)
วัดจักรวรรดิราชาวาส กทม.
ครุศาสตร์

3
3
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2522
พระพิมลธรรม (อาสภมหาเถร)
วัดมหาธาตุ กทม.
มนุษยศาสตร์

4
4
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2522
พระเทพวิสุทธิเมธี (อินฺทปญฺญเถร)
วัดบรมธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี
พุทธศาสตร์

5
5
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2523
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (จนฺทสิริมหาเถร)
วัดสุทัศนเทพวราราม กทม.
พุทธศาสตร์

6
6
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2523
พระราชนันทมุนี (ปญฺญานนฺทเถร)
วัดชลประทานรังสฤษฏ์ นนทบุรี
ครุศาสตร์

7
7
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2525
พระพรหมคุณาภรณ์ (อุปเสณเถร)
วัดสระเกศ กทม.
พุทธศาสตร์

8
8
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2525
พระธรรมโกศาจารย์ (อนุจารีเถร)
วัดราษฎร์บำรุง ชลบุรี
ครุศาสตร์

9
9
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2526
พระธรรมญาณมุนี (กิตฺตินนฺทเถร)
วัดกวิศราราม ลพบุรี
ครุศาสตร์

10
10
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2526
พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
วัดพระพิเรนทร์ กทม.
พุทธศาสตร์

ที่ ระดับ ปี ชื่อ ที่อยู่ หลักสูตร

กองวิชาการ มจร

มติสภาวิชาการ

 328 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

มติสภาวิชาการ

wdt_ID ที่ วัน เดือน ปี ครั้งที่ วาระที่ จุด ชื่อเรื่อง รายละเอียด มติ

1
1
19
10
2549
10
1
2
๑.๒.๑ เรื่อง การแต่งตั้งผู้ช่วยอธิการบดี
พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ แจ้งว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้มีคำสั่งที่ ๒๙๑/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ แต่งตั้งผู้ช่วยอธิการบดี จำนวน ๒๗ รูป/คน เพื่อช่วยบริหารงานของมหาวิทยาลัยในฝ่ายต่าง ๆ ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

ที่ประชุมรับทราบ

2
2
19
10
2549
10
1
2
๑.๒.๒ เรื่อง การแต่งตั้งผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ
พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ แจ้งว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ ข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งอาจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์พิเศษ และศาสตราจารย์พิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๑ และมติสภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ มหาวิทยาลัย จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พระเยื้อง โชติาโณ (ปั้นเหน่งเพชร) อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชาปรัชญา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นไป
จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

ที่ประชุมรับทราบ

3
3
19
10
2549
10
1
2
๑.๒.๓ เรื่อง การประชุมสัมมนาเพื่อสานเสวนาการประกันคุณภาพการศึกษา
พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ แจ้งว่า ระหว่างวันที่ ๒-๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ กองวิชาการ สำนักงานอธิการบดี ได้จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อสานเสวนาการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรที่รับผิดชอบด้านการประกันคุณภาพการศึกษาทุกส่วนงานทั้งส่วนกลาง วิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ ห้องเรียน และสถาบันสมทบ เข้าร่วมสัมมนา จำนวนทั้งหมด ๑๓๐ รูป/คน ณ ภูเขางามรีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก
เปิดการประชุมสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง นโยบายด้านการประกันคุณภาพการศึกษากับแผนพัฒนามหาวิทยาลัยระยะที่ ๑๐ (๒๕๕๐-๒๕๕๔) โดยพระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดี กิจกรรมการสานเสวนา ตลอดทั้ง ๓ วัน โดยวิทยากรจากสถาบันพระปกเกล้า ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ และทีมงาน จำนวน ๕ คน
ผลที่ได้รับจากการสานเสวนาในครั้งนี้ จะได้สรุปและรวบรวมเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย และสภาวิชาการตามลำดับ ต่อจากนั้น จะได้จัดพิมพ์เป็นคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย เพื่อมอบแต่ละส่วนงานเป็นคู่มือปฏิบัติงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาต่อไป

จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

ที่ประชุมรับทราบ

4
4
19
10
2549
10
1
2
๑.๒.๔ เรื่อง การรับรองคุณวุฒิและกำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ แจ้งว่า ด้วยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้มีหนังสือที่ ศธ ๐๒๐๖.๒/๑๕๒๔ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน
พ.ศ. ๒๕๔๙ แจ้งให้มหาวิทยาลัยได้ทราบว่า ตามที่มหาวิทยาลัยได้ส่งหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๘) ให้ ก.ค.ศ. รับรองคุณวุฒิและกำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นั้น
บัดนี้ ก.ค.ศ. ได้มีมติรับรองคุณวุฒิดังกล่าวและกำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม โดยให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ ๔ ขั้น ๙,๓๔๐ บาท ตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนท้ายพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือน ของข้าราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘ ทั้งนี้ ผู้สำเร็จการศึกษาคุณวุฒิดังกล่าว หากจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ กำหนด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

ที่ประชุมรับทราบ

5
5
19
10
2549
10
1
2
๑.๒.๕ เรื่อง จำนวนส่วนงานที่จัดการเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) และพิธีมอบประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรในเขตปกครองคณะสงฆ์ส่วนกลาง
พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ แจ้งว่า ตามที่มหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ส่วนงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเปิดการเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๗ เป็นต้นมา นั้น
ปัจจุบัน มีส่วนงานที่จัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรดังกล่าว จำนวนทั้งหมด ๒๗ แห่ง มีนักศึกษารวมทั้งสิ้น ๑,๒๘๕ รูป สำหรับเขตปกครองคณะสงฆ์ส่วนกลาง ประกอบด้วย คณะสงฆ์ภาค ๑,๒,๓,๑๔ และ ๑๕ นั้น มหาวิทยาลัยได้จัดให้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรร่วมกัน เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ณ วัดไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

ที่ประชุมรับทราบ

6
6
19
10
2549
10
2

วาระที่ ๒ เรื่องรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ ๙/๒๕๔๙
ฝ่ายเลขานุการสภาวิชาการ ได้เสนอรายงานการประชุมเพื่อพิจารณา
ที่ประชุมพิจารณาแล้ว
มีมติรับรองรายงานการประชุมนั้น โดยไม่มีการแก้ไข

7
7
19
10
2549
10
3

๓.๑ เรื่อง ผลการพิจารณาผลงานทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์
พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ
เสนอว่า สภาวิชาการ ในคราวประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้มีมติเห็นชอบให้ประธานสภาวิชาการเป็นผู้คัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาผลงานทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ของ ผศ.ปกรณ์ คุณารักษ์ อาจารย์ประจำวิทยาเขตขอนแก่น นั้น
บัดนี้ ประธานสภาวิชาการได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๔๑ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาวิชาการ ได้พิจารณาผลงานทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ของ ผศ.ปกรณ์
คุณารักษ์ และประเมินผลให้ “ผ่าน” เพื่อแต่งตั้งเป็นรองศาสตราจารย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามความในข้อ ๖ (๖.๕) แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๔๑
จึงเสนอสภาวิชาการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบและให้นำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติต่อไป

8
8
19
10
2549
10
3

๓.๒ เรื่อง ผลการพิจารณาผลงานทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์
พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ เสนอว่า สภาวิชาการ ในคราวประชุม ครั้งที่ ๙/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้มีมติเห็นชอบให้ประธานสภาวิชาการเป็นผู้คัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาผลงานทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาการสอนภาษาไทย ของ
นายสมชัย ศรีนอก อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ นั้น
บัดนี้ ประธานสภาวิชาการได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๔๑ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาวิชาการ ได้พิจารณาผลงานทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ของ นายสมชัย
ศรีนอก และประเมินผลให้ “ผ่าน” เพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามความในข้อ ๖ (๖.๕) แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๔๑
จึงเสนอสภาวิชาการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบให้นำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติต่อไป

9
9
19
10
2549
10
3

๓.๓ เรื่อง ผลการพิจารณาผลงานทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์พิเศษ
พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ
เสนอว่า มหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งที่ ๑๗๕/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลงานทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์พิเศษ ในสาขาวิชา จริยศึกษา ของ นายถาวร เสาร์ศรีจันทร์ อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ตามมติสภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ นั้น
บัดนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าว ได้พิจารณาผลงานทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์พิเศษของ นายถาวร เสาร์ศรีจันทร์ และประเมินผลให้ “ผ่าน” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งอาจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์พิเศษ และศาสตราจารย์พิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๑
จึงเสนอสภาวิชาการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบให้นำเสนออธิการบดีเพื่อแต่งตั้งต่อไป

10
10
19
10
2549
10
3

๓.๔ เรื่อง ผลการพิจารณาผลงานทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ
พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ
เสนอว่า มหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งที่ ๓๒๘/๒๕๔๘ ลงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลงานทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ในสาขาวิชาสังคมศึกษา ของ นายสาธร แก่นมณี อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ ตามมติสภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ นั้น
บัดนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าว ได้พิจารณาผลงานทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษของ นายสาธร แก่นมณี และประเมินผลให้ “ผ่าน” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งอาจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์พิเศษ และศาสตราจารย์พิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๑
จึงเสนอสภาวิชาการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบให้นำเสนออธิการบดีเพื่อแต่งตั้งต่อไป

ที่ วัน เดือน ปี ครั้งที่ วาระที่ จุด ชื่อเรื่อง รายละเอียด มติ

กองวิชาการ มจร

วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด ประชุมคณะกรรมการจัดทำรายงานการติดตามประเมินผลระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๑

 473 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

Post Content

วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการปรับปรุงคุณภาพระหว่างส่วนงาน

 579 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]หลักการและเหตุผล           การนำระบบและกลไกการประกันคุณภาพมาใช้ในการขับเคลื่อนกระบวนการปรับปรุงคุณภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ส่วนงานสามารถพัฒนางาน เพื่อบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ตามพันธกิจของส่วนงานและของมหาวิทยาลัย ดังนั้น เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้ส่วนงานเล็งเห็นความสำคัญของการปรับปรุงคุณภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และใช้กลไกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการปรับปรุงคุณภาพ เพื่อก้าวสู่การปฏิบัติที่ดี จึงเห็นความสำคัญในการจัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการปรับปรุงคุณภาพระหว่างส่วนงาน เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาคุณภาพสู่ผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป วัตถุประสงค์           ๑ เพื่อกระตุ้นให้ส่วนงานเห็นความสำคัญและมีส่วนร่วมในกระบวนการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง           ๒ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการปรับปรุงคุณภาพและเกิดแนวปฏิบัติที่ดี ๓  เพื่อส่งเสริมเครือข่ายในการติดตามตรวจเยี่ยมการประกันคุณภาพการศึกษาระหว่างส่วนงาน          กลุ่มเป้าหมาย           ผู้บริหาร คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ของวิทยาลัย ของส่วนงานจัดการศึกษาในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก จำนวน ๗ แห่ง ดังนี้           ๑. ส่วนงานจัดการศึกษาในภาคกลาง ประกอบด้วย                               (๑) วิทยาลัยสงฆ์อุทัยธานี                               (๒) วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร           ๒. ส่วนงานจัดการศึกษาในภาคตะวันออก ประกอบด้วย                               (๑) วิทยาลัยสงฆ์ชลบุรี           ๓. ส่วนงานจัดการศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย                               […]

สำนักงานประกันคุณภาพ

ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียนเพื่อแต่งตั้งเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ประเภท ปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไป ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป

 667 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

The post ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียนเพื่อแต่งตั้งเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ประเภท ปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไป ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป appeared first on วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี.

วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี

พิธีรดน้ำศพคุณแม่บุญ หนองพร้าว โยมมารดาพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เจ้าคณะสลัก๓ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 343 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

วันศุกร์ที่ ๑๕ เดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๖๕ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นำโดย พระเดชพระคุณ พระเทพสิทธาจารย์, ดร. รักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม, เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม ได้เข้าร่วม พิธีรดน้ำศพคุณแม่บุญ หนองพร้าว โยมมารดาพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร)  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เจ้าคณะสลัก๓ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ณ วัดโคกก่อง ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด

ขอขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊คพระอาจารย์ : อดิศร อานนฺโท ราชจันทร์

ดูรูปภาพเพิ่มเติม>>

Facebook Page>>

The post พิธีรดน้ำศพคุณแม่บุญ หนองพร้าว โยมมารดาพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เจ้าคณะสลัก๓ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย appeared first on วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม.

วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม

กิจกรรมสูมาคารวะขอพร รดน้ำดำหัวคณาจารย์ ประจำปี ๒๕๖๕

 587 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๓๐ น. วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้จัดกิจกรรมสูมาคารวะขอพร รดน้ำดำหัวคณาจารย์สานสายใย จุ่มเนื้อเย็นใจ๋ปี๋ใหม่เมือง สงกรานต์ประจำปี ๒๕๖๕ โดย พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน พระชยานันทมุนี, ผศ.ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ศิษย์เก่า และนิสิตวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ โดยร่วมกันสระเกล้าดำหัวผู้บริหาร คณาจารย์ เนื่องในเทศกาลมหาสงกรานต์ปีใหม่เมือง ตามฮีตฮอยประเพณีล้านนา ณ ศาลาหลวง วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

ดูรูปภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่

My Website

วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ