บัณฑิตวิทยาลัยจัดสัมมนาวิชาการเชิงปฏิบัติการ เรื่องการพัฒนา PLOs สำหรับหลักสูตรบัณฑิตศึกษา

 351 รวมเข้าชม

]

วันนี้  ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๖) บัณฑิตวิทยาลัยจัดสัมมนาวิชาการเชิงปฏิบัติการ เรื่องการพัฒนา PLOs สำหรับหลักสูตรบัณฑิตศึกษา

บัณฑิตวิทยาลัย

โครงการอบรมทางด้านกฏหมายสำหรับผู้บริหารระดับสูง

 357 รวมเข้าชม

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พระเดชพระคุณ พระเทพสิทธาจารย์, ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม, เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม ได้มอบหมายให้ พระครูสารกิจประยุต, ดร. รองผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม ฝ่ายวิชาการ และนางสาวพิมวดี คำมูล ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาลัย เข้าร่วมอบรมใน “โครงการอบรมทางด้านกฏหมายสำหรับผู้บริหารระดับสูง” ณ ห้องประชุม ๑๐๒ พระมงคลสิทธาจารย์ (รวย ปาสาทิโก) ชั้น ๑ อาคารพระราชรัตนโมลี (นคร เขมปาลี) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี พระธรรมวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้เมตตามาเป็นประธานในพิธี ผู้บริหารทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมโครงการ โดยเป็นการมุ่งเน้นที่จะพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารของมหาวิทยาลัย เพิ่มทักษะความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมของบุคลากร การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจวัฒนธรรม No Gift Policy และ หลักและวิธีการบริหารสัญญาของสถาบันอุดมศึกษา เป็นต้น

ดูรูปภาพเพิ่มเติม>>

Facebook Page>>

The post โครงการอบรมทางด้านกฏหมายสำหรับผู้บริหารระดับสูง appeared first on วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม.

วิทยาลัยสงฆ์มหาสารคาม

รศ.ดร.สมศักดิ์ บุญปู่ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการทรัพย์ และพระมหาอนุชา กาญฺจโน รก.ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่และยานพาหนะ และบุคลากรกองอาคารฯ ดำเนินการตรวจสอบแนวเขตที่ดินของมหาวิทยาลัย

 343 รวมเข้าชม

]

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๖ รศ.ดร.สมศักดิ์ บุญปู่ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการทรัพย์ และ พระมหาอนุชา กาญฺจโน รก.ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่และยานพาหนะ และบุคลากรกองอาคารฯ ดำเนินการตรวจสอบแนวเขตที่ดินของมหาวิทยาลัย (จำนวน 3 แปลง ด้านหน้ามหาวิทยาลัย) เพื่อดำเนินการโครงการก่อสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ “พระพุทธมหาจุฬาลงกรณ์ชุตินฺธรบวรศาสดา” ตามแผนพัฒนาของมหาวิทยาลัย

     

กองอาคารสถานที่และยานพาหนะ

“การประชุมคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน ครั้งที่ ๓/๒๕๖๖”

 312 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖
“การประชุมคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน ครั้งที่ ๓/๒๕๖๖”

พระธรรมวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. อธิการบดี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ครั้งที่ ๓/๒๕๖๖ ณ ห้องประชุม ๔๐๑ อาคารสำนักงานอธิการบดี และการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom) โดยมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
ซึ่งมีมติที่ประชุมที่สำคัญ ดังนี้
๑. รับทราบ เรื่อง รายงานรายรับ – รายจ่ายค่าภัตตาหารนิสิต ประจำเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๖
๒. รับทราบ เรื่อง รายงานผลการดำเนินการตามมติคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน
๓. เห็นชอบพร้อมคำแนะนำ เรื่อง รายงานรายรับ -ราย จ่าย ของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖
๔. มีมติเห็นชอบพร้อมคำแนะนำ เรื่อง รายงานค่าสาธารณูปโภค มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๖
๕. มีมติอนุมัติ เรื่อง ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการจัดซื้อ/จ้างและขออนุมัติซื้อ/จ้างครุภัณฑ์
งบประมาณประจำปี พ.ศ.๒๕๖๖ จำนวน ๒ ส่วนงาน คือ
๑. วิทยาเขตนครศรีธรรมราช
๒. วิทยาลัยสงฆ์สุพรรณบุรีศรีสุวรรณภูมิ
๖. มีมติเห็นชอบ เรื่อง ขอความเห็นชอบแต่งตั้งอนุกรรมการการเงินและทรัพย์สิน จำนวน ๒ ส่วนงาน คือ ๑. วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ๒. วิทยาลัยสงฆ์จันทบุรี

กองคลังและทรัพย์สิน

หดสรง จารีตที่ถูกห้ามเมื่อคณะสงฆ์ส่วนกลางพยายามเปลี่ยนอีสานให้เป็นไทย

 415 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

หดสรง จารีตที่ถูกห้ามเมื่อคณะสงฆ์ส่วนกลางพยายามเปลี่ยนอีสานให้เป็นไทย
หดสรง มองอย่างทั่ว ๆ ไป พิธีกรรมหลักก็คือ “น้ำ” เป็นหัวใจสำคัญของการประกอบพิธีกรรม น้ำกับคนอาคเนย์สัมพันธ์กันอย่างมิอาจแยกขาด ตำนานอาหารการกินของคนลุ่มน้ำโขงก็คือน้ำ เช่น ตำนานยักษ์สะลึคึที่มีอวัยวะเพศอันมหึมาเป็นเอกลักษณ์ก่อการเป็นผู้คนของลุ่มน้ำสายนี้ ในด้านการเมืองน้ำยังเข้าไปเป็นส่วนทำให้สถานะของมนุษย์เปลี่ยนไปสู่ภาวะตัวแทนเทพ เช่น พิธีราชาภิเษก รวมทั้งประเพณีอื่น ๆ ที่เนื่องด้วยน้ำ ลอยกระทง สงกรานต์ เป็นต้น
พิธีกรรมหดสรงนั้น แม้ไม่สามารถระบุว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตอนไหน แต่เรามีต้นเค้าและหลักฐานที่อธิบายได้ถึงพลวัตประเพณีหดสรงว่าอยู่กับวัฒนธรรมลาว อีสาน มานานนับร้อยปี และยังเป็นจารีตร่วมเดียวกันกับที่ปรากฏในล้านาและเชียงตุงด้วย
อิทธิพลที่ส่งผลต่อประเพณีหดสรงหากมองตามรูปแบบพิธีกรรมจะพบถึงผสมทั้งพุทธ พราหมณ์และผี หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงตันตริกและร่องรอยวัชรยานในอุษาคเนย์ในพิธีกรรมนี้คือ “หมวกกาบ” อันเป็นสิ่งหลงเหลืออยู่ของแนวปฏิบัติดังกล่าวคือความเชื่อเรื่อง “อาทิพระพุทธเจ้า” แต่ตรงนี้รายละเอียดของพิธีกรรมจะแปลกแยกไปตามท้องถิ่น ซึ่งหากมองผ่านประวัติศาสตร์สิ่งนี้ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมปาละ และก็ยังปรากฏร่องรอยนี้ในเชียงใหม่ด้วยที่พบพระพุทธรูปใส่มงกุฏลักษณะหมวกกาบ
เมื่อการหดสรงประกอบขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของรัฐจารีตในอดีต เช่น ล้านนา ล้านช้าง หมายความว่า การประกอบพิธีกรรมเกิดขึ้นจากรัฐเป็นส่วนหนึ่งและประชาชนร่วมด้วย ดังจะพบว่าลำดับขึ้นของพระสงฆ์ที่มีชื่อเรียกและหน้าที่ต่างกันไปตามคุณสมบัติด้วย บางตำแหน่งระบุหน้าที่ไว้เป็นเฉพาะว่าเป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์
ในอีกด้านหนึ่งอาจารย์ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ให้ความเห็นว่าในตัวพิธีกรรมสำคัญมากเพราะชาวเป็นคนทำเองไม่ใช่รัฐ กล่าวคือชาวบ้านเป็นคนยกย่องพระสงฆ์รูปนั้น ๆ ที่พวกเขาเคารพขึ้นสู่พิธีเถราภิเษก
เหตุใดหดสรงจึงถูกห้ามในอีสาน ?
แน่นอนว่าเพราะเป็นสิ่งรัฐไม่ต้องการ ถ้าเราย้อนเวลากลับไปช่วงการเปลี่ยนดินแดนอีสาน ล้านนาให้เป็นไทย จะพบว่าอิทธิพลของสยามพยายามลดและตัดสิ่งที่ไม่ใช่ไทยออกไป
แน่นอนเช่นกันว่า หดสรงก็เป็นหนึ่งสิ่งที่ไม่ใช่ไทยจึงถูกทำให้หมดไปในช่วงเวลานั้น เพราะรัฐไทยต้องการการรวมศูนย์การปกครอง ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เรื่อยมาจนถึงยุคเปลี่ยนการปกครอง นั่นหมายความว่า อำนาจของการเลือกพระเถระของประชาชนถูกเอากลับไปสู่อำนาจรัฐ โดยมีรูปแบบปกครองใหม่ ธรรมเนียมใหม่ จารีตใหม่ที่ได้รับรองจากรัฐแล้ว คือรัฐเป็นควบคุมหรือบอกว่าสิ่งนี้ดี สิ่งนี้ไม่ดี อันนี้ควรถอดหรือยกเลิก ประชาชนมีหน้าที่ปฏิบัติตาม
หลักฐานสำคัญที่ชี้เห็นว่ารัฐส่วนกลางพยายามลดทอนจารีตนี้ลงคือมติการประชุมร่วมระหว่างฝ่ายบ้านเมืองมีพระยาวิเศษสิงหนาท สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุบลราชธานี กับ ฝ่ายสงฆ์มีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) เมื่อยังดำรงสมณศักดิ์ที่พระราชมุนี มหาสังฆปาโมกข์ และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะมณฑลอุบลราชธานี ในวันที่ 9 เมษายน 2456 จากผลการประชุมดังกล่าวนำไปสู่การประกาศเลิกสมณยศอย่างโบราณ
ใจความสำคัญของการยกเลิกยศแบบอีสานโบราณนั้นเพราะมีความเห็นว่าเป็นของลาวและเจ้าลาว อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับ พรบ การปกครององค์กรสงฆ์ที่ใช้อยู่ด้วย
ในประเด็นผู้เขียนอยากชวนมองผ่านตัวตนของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) ว่าแม้ท่านจะเป็นอุบลราชธานี แต่ท่านได้รับการศึกษาตามแบบคณะสงฆ์สมัยใหม่แล้ว และได้รับหน้าที่อำนาจการปกครองคณะสงฆ์ และทำงานร่วมกันกับรัฐจึงมีความเป็นไปได้ที่ท่านจะทำงานคณสงฆ์เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐหรือส่วนกลาง
ดังเห็นได้จากหลัง “กบฏบวรเดช” เมื่อ พ.ศ. 2476 นายพันตรีหลวงชำนาญยุทธศาสตร์ (ผิน ชุณหะวัณ) นิมนต์ท่านไปพำนักชั่วคราวยังวัดสุทธวรารามที่นครราชสีมา เพื่อให้สมเด็จพระมหาวีระวงศ์ “…เทศนาสั่งสอนและอบรมบรรดาข้าราชการและประชาชนให้ตั้งอยู่ในความสงบไม่แตกความสามัคคีและอิจฉาริษยาซึ่งกันและกัน ให้ถือว่าคนในชาติไทยเสมือนเป็นพี่น้องกันมาแต่อดีต นอกจากนี้ให้เลิกอาฆาตและให้อภัยต่อเหตการณ์ที่แล้วมาเสียให้หมดสิ้น…”
งานวิจัยเรื่อง ภาวะผู้นำของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) อธิบายถึงการทำงานสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) ภายใต้อุดมการณ์รัฐไทยช่วงประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี
“หดสรง” ผ่านอดีต ปัจจุบันและอนาคต ?
ถึงแม้การหดสรงจะถูกยกเลิกไป แต่ประเพณีดังกล่าวก็ยังคงถือปฏิบัติมาในภาคอีสานและตลอดทั้งภาคเหนือ แม้จะไม่มีการสนับสนุนจากรัฐ สิ่งนี้สะท้อนการต่อสู้ทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ประชาชนมีต่อรัฐ กล่าวคือ ถึงรัฐต้องควบคุมกิจกรรมบางอย่างของประชาชนแต่ประชาชนก็ยังแสดงตัวตนผ่านประเพณีและวัฒนธรรม การขัดขืนนี้ผู้เขียนมองว่าไม่ใช่เป็นการต้านอำนาจรัฐอย่างสิ้นเชิงแต่เป็นการขัดขืนเพื่อที่จะรักษาอัตลักษณ์ความเชื่อของประชาชน
ปัจจุบันเราพบว่าพระสงฆ์รับทั้งอำนาจรัฐและรับทั้งอำนาจจากประชาชน หากพูดตามตรงก็คือไม่ได้แยกขาดกันโดยสิ้นชิง เพราะฝ่ายรัฐให้อำนาจสมณศักดิ์ผ่านกลไกการปกครองสงฆ์ ส่วนการหดสรงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านทำขึ้น และพระสงฆ์บางรูปก็รับเอาทั้งสองอย่าง เช่นว่า เมื่อได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์นอกจากจัดพิธีเจริญพุทธมนต์ทั่ว ๆ ไปแล้ว บางแห่งก็จัดพิธีหดสรงนี้เสริมเข้ามาด้วย หรือบางรูปที่ไม่มีสมณศักดิ์ก็จัดพิธีนี้ตามที่บรรดาลูกศิษย์ทำขึ้นตามวาระโอกาส
หากเรามองไปข้างหน้า อดีตที่ผ่านมาเราได้เห็นการทำงานของวาทกรรมความเป็นไทยที่พยายามลดทอน กีดกันวัฒนธรรมอื่น ๆ ให้เป็นสิ่งต้องห้าม หดสรงเป็นเพียงหนึ่งปรากฏการณ์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ซึ่งการละเลยสิ่งนี้ทำให้พุทธศาสนาไทยขาดการเชื่อมโยง มองไม่เห็นการแลกเปลี่ยนและผสมผสาน ซึ่งขาดมิติของประชาชน เป็นการนำเอาศาสนาของชนชั้นนำมาครอบประชาชน นำไปสู่ปัญหาโครงสร้างการปกครอง ปัญหาเหล่านี้ ทำให้เราไม่สามารถอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในพุทธศาสนาที่ล้านนา เเละภูมิภาคอื่นๆ ด้วย
ผู้เขียน
พระปลัดอภิเชษฐ์ สุภทฺรวาที
Connect with us, Connect the world.
#ASCNEXT 2023 moving to centre of the PEOPLE
___
Facebook : Mcu Asean
Twitter : ascmcu
IG: ascmcu

ASEAN Studies Centre

โครงการอบรมด้านกฎหมายสำหรับผู้บริหารระดับสูง​

 348 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

โครงการอบรมด้านกฎหมายสำหรับผู้บริหารระดับสูง​

วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พระมหาจีรวัฒน์ กนฺตวณฺโณ ,รศ.ดร., รักษาการผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มจร เข้าร่วมสัมมนาโครงการอบรมด้านกฎหมายสำหรับผู้บริหารระดับสูง​ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ณ ห้องประชุม ๑๐๒ พระมงคลสิทธาจารย์ (รวย ปาสาทิโก) ชั้น ๑ อาคารพระราชรัตนโมลี (นคร เขมปาลี) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ในการนี้ พระเดชพระคุณ พระธรรมวัชรบัณฑิต,ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมตตาเป็นประธานในพิธี

Connect with us, Connect the world.
#ASCNEXT 2023 moving to centre of the PEOPLE
___
Website: http://asc.mcu.ac.th
Facebook : Mcu Asean
Twitter : ascmcu
IG: ascmcu

ASEAN Studies Centre

บุคลากรศูนย์อาเซียนศึกษาร่วมเสนองานวิชาการด้านเอเชียตะวันออกศึกษาในเวทีนานาชาติ

 291 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

บุคลากรศูนย์อาเซียนศึกษาร่วมเสนองานวิชาการด้านเอเชียตะวันออกศึกษาในเวทีนานาชาติ
พระมหาจีรวัฒน์ กนฺตวณฺโณ, รศ.ดร. ,ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มอบหมายให้ พระมหาสมพงษ์ สนฺตจิตฺโต, ดร. นักวิชาการศึกษา ศูนย์อาเซียนศึกษา ร่วมนำเสนอบทความวิชาการเรื่อง “The Concept of Five Disappearances and its Contributions to ASEAN Civilization in the Change and Development of Buddhism and the Creative Works from the Past to the Present” ในงานประชุม 9th SSEASR Conference on Sacredness, Symbolism, and Society: Practices in South and Southeast Asia ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 เมษายน 2566 ณ ประเทศเนปาล
จัดโดย Central Department of Nepalese History, Culture and Archaeology Tribhuvan University, Kathmandu, Nepalและภาคีเครือข่าย
รายละเอียดงานประชุม : https://ind.elte.hu/…/9th-sseasr-conference-sacredness…
ศูนย์อาเซียนศึกษาขออนุโมทนากับพระอาจารย์ มา ณ โอกาสนี้
Connect with us, Connect the world.
#ASCNEXT 2023 moving to centre of the PEOPLE
___
Facebook : Mcu Asean
Twitter : ascmcu
IG: ascmcu

ASEAN Studies Centre

โครงการอบรมด้านกฎหมาย สำหรับผู้บริหารระดับสูง

 341 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]วันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๓๐ น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ นำผู้บริหารวิทยาลัยพระธรรมทูต และกองวิเทศสัมพันธ์ ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. บุญมี พรรษา พระมหาประยูร โชติวโร ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต และ พระมหาโกศล ธีรปญโญ ผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์ เข้าร่วมโครงการอบรมด้านกฎหมายสำหรับผู้บริหารระดับสูง ณ ห้องประชุม ๑๐๒ พระมงคลสิทธาจารย์ (รวย ปาสาทิโก) ชั้น ๑ อาคารพระราชรัตนโมลี มจร พระนครศรีอยุธยา ขออนุโมทนาขอบคุณ รองศาสตราจารย์ ดร. สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป กองนิติการ และกองกิจการพิเศษ มจร ที่จัดโครงการอบรมด้านกฎหมาย สำหรับผู้บริหารระดับสูงนี้ ซึ่งนับว่ามีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานมหาวิทยาลัยของเราอย่างยิ่งฯ

วิทยาลัยพระธรรมทูต : Dhammaduta College

ประกาศรายชื่อโครงการวิจัยและนักวิจัยที่ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัย (ทุนวิจัย มจร) ประจำปีงบประมาณ 2566

 436 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

ประกาศรายชื่อโครงการวิจัยและนักวิจัยที่ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัย (ทุนวิจัย มจร) ประจำปีงบประมาณ 2566

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์

ความเมตตาของพระเดชพระคุณพระเมธีสุตาภรณ์

 347 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]วันพุธที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๘.๓๐ น. พระเดชพระคุณพระเมธีสุตาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอปากช่อง เจ้าอาวาสวัดคีรีวันต์ จังหวัดนครราชสีมา เมตตารับอาราธนามาเป็นบุญเขตและบรรยายพิเศษเรื่อง “ ๗ สุ คุณสมบัติสำคัญของพระธรรมทูต” แก่พระสงฆ์ผู้เข้ารับการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่นที่ ๒๙ ณ บริเวณลานธรรม ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาจุฬาอาศรม จังหวัดนครราชสีมา การนี้ มี รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ และพระมหาประยูร โชติวโร ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์และเจ้าหน้าที่วิทยาลัยพระธรรมทูตและกองวิเทศสัมพันธ์ถวายการปฏิสันถาร ขอกราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณพระเมธีสุตาภรณ์ ด้วยความเคารพมา ณ โอกาสนี้ ฯ ข่าว : วิทยาลัยพระธรรมทูต รายงาน :  นายลิขิต บุญละคร ภาพ : นายลิขิต บุญละคร

วิทยาลัยพระธรรมทูต : Dhammaduta College