กองกลางจัดประชุมจับฉลากหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฝ่ายสมาชิก

 754 รวมเข้าชม

]

วันพุธที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๐.๓๐ น. กองกลาง สำนักงานอธิการบดี ได้จัดประชุมจับฉลากหมายเลขผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฝ่ายสมาชิก ปี ๒๕๖๕ ณ ห้องประชุมชั้น ๔ สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศและห้องประชุมออนไลน์ผ่านโปรแกรม ZOOM

โดยมี พระครูโสภณพุทธิศาสตร์, ผศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ กรรมการกองทุนฯ ฝ่ายมหาวิทยาลัย เป็นประธาน

พระมหาสาธิต สาธิโต, ดร. ผู้อำนวยการกองกลาง เป็นพิธีกร และมี นางสาวมณีมัญช์ เชษฐ์สกุลวิจิตร รองผู้อำนวยการกองกลาง เจ้าหน้าที่กองกลาง เข้าร่วมประชุมด้วย

รายชื่อผู้ลงรับสมัครเลือกตั้ง จับฉลากได้หมายเลข ดังนี้
๑. ผศ.ดร. ปัญญา คล้ายเดช หมายเลข ๑
๒. ดร.จเด็ด โพธิ์ศรีทอง หมายเลข ๔
๓. ดร.ศุภณัฐ เจริญสุข หมายเลข ๒
๔. นางมาลีรัตน์ พัฒนตั้งสกุล หมายเลข ๕
๕. รศ.ดร.วันชัย พลเมืองดี หมายเลข ๖
๖. ผศ.ดร. ยุทธนา ปราณีต หมายเลข ๓

แหล่งข่าว : https://pvd.mcu.ac.th/?p=565

กองกลาง สำนักงานอธิการบดี

กฎบัตรอาเซียน ASEAN Charter

 1,530 รวมเข้าชม

]

 

กฎบัตรอาเซียน เปรียบเสมือนรัฐธรรมนูญของอาเซียนที่จะทำให้อาเซียนมีสถานะเป็นนิติบุคคล เป็นการวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรให้กับอาเซียน โดยนอกจากจะประมวลสิ่งที่ถือเป็นค่านิยม หลักการ และแนวปฏิบัติในอดีตของอาเซียนมาประกอบกันเป็นข้อปฏิบัติอย่างเป็นทางการของประเทศสมาชิกแล้ว ยังมีการปรับปรุงแก้ไขและสร้างกลไกใหม่ขึ้น พร้อมกำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบขององค์กรที่สำคัญในอาเชียนตลอดจนความสัมพันธ์ในการดำเนินงานขององค์กรเหล่านี้ ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียนให้สามารถดำเนินการบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัวของประชาคมอาเซียน ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2558 ตามที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกันไว้

เมื่อปี 2548 ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 11 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้มีมติให้จัดทำกฎบัตรอาเซียน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของอาเซียน สู่การมีสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ ที่มีสถานะทางกฎหมาย และที่สำคัญกว่านั้น คือ ให้อาเซียนมีสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ ในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง โดยมีหลักการ แนวคิด และกรอบการทำงาน ที่ลึกซึ้งและชัดเจน ทั้งในการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก และการทำงานร่วมกับประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศภายนอกภูมิภาค

หลังจากที่ผู้นำอาเซียนได้มีมติในเรื่องดังกล่าว ประเทศสมาชิกก็ได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ (Eminent Persons Group – EPG) ขึ้น เพื่อจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับเนื้อหาของกฎบัตรอาเซียน โดยขอให้กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จัดทำข้อเสนอแนะที่ “ห้าวหาญและมีวิสัยทัศน์” (Bold and Visionary) ข้อเสนอแนะสองเรื่องหลักของกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง คือ

1. ให้มีการปฏิรูปหลักการและแนวทางปฏิบัติของประเทศสมาชิก

2. สิทธิและหน้าที่ของประเทศสมาชิก

ซึ่งเมื่อพิจารณาโดยรวมก็ คือ กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิเสนอให้มีการสร้างความเข้มแข็งให้กับค่านิยมทางประชาธิปไตยและระบบธรรมาภิบาล โดยไม่ยอมรัฐบาลที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง หรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มิได้เป็นไปตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งให้มีการเคารพต่อสถาบันกฎหมาย และกฎหมายสิทธิมนุษยชน และที่สำคัญ คือ ให้ประเทศสมาชิกมีอำนาจในการใช้มาตรการแก้ไข (Remedy Measures) การกระทำผิดต่อหลักการของอาเซียน รวมทั้งการระงับสมาชิกภาพของประเทศสมาชิก ซึ่งถือเป็นข้อเสนอหรือแนวความคิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในสมาคมอาเซียน

ปัจจุบัน ประเทศสมาชิกได้ให้สัตยาบันกฎบัตรอาเซียน ครบทั้ง 10 ประเทศแล้วเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน2551 กฎบัตรอาเซียนจึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2551 เป็นต้นไป

วัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน

วัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน คือ ทำให้อาเซียนเป็นองค์กรที่มีประสิทธิกาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเคารพกฎกติกาในการทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ กฎบัตรอาเซียนจะให้สถานะนิติบุคคลแก่อาเซียนเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล (intergovernmental organization)

โครงสร้างและสาระสำคัญของกฎบัตรอาเซียน

กฏบัตรอาเชียน ประกอบด้วยบทบัญญัติ 13 หมวด 55 ข้อ ได้แก่

หมวดที่ 1 ความมุ่งประสงค์และหลักการของอาเซียน

หมวดที่ 2 สภาพบุคคลตามกฏหมายของอาเชียน

หมวดที่ 3 สมาชิกภาพ (รัฐสมาชิก สิทธิและพันธกรณีของรัฐสมาชิก และการรับสมาชิกใหม่

หมวดที่ 4 โครงสร้างองค์กรของอาเซียน

หมวดที่ 5 องค์กรที่มีความสัมพันธ์กับอาเซียน

หมวดที่ 6 การคุ้มกันและเอกสิทธิ์

หมวดที่ 7 กระบวนการตัดสินใจ

หมวดที่ 8 การระงับข้อพิพาท

หมวดที่ 9 งบประมาณและการเงิน

หมวดที่ 10 การบริหารและขั้นตอนการดำเนินงาน

หมวดที่ 11 อัตลักษณ์และสัญลักษณ์ของอาเซียน

หมวดที่ 12 ความสัมพันธ์กับภายนอก

หมวดที่ 13 บทบัญญัติทั่วไปและบทบัญญัติสุดท้าย

กฎบัตรอาเชียนช่วยให้อาเซียนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีข้อกำหนดใหม่ๆ ที่ช่วยปรับปรุงโครงสร้างการทำงานและกลไกต่างๆ ของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นในการแก้ไขปัญหา อาทิเช่น

1. กำหนดให้เพิ่มการประชุมสุดยอดอาเซียนจากเดิมปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้ผู้นำมีโอกาสหารือกันมากขึ้น พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงเจตจำนงทางการเมืองที่จะผลักดันอาเซียนไปสู่การรวมตัวกันเป็นประชาคมในอนาคต

2. มีการตั้งคณะมนตรีประจำประชาคมอาเซียนตามเสาหลักทั้ง 3 ด้าน คือ การเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

3. กำหนดให้ประเทศสมาชิกแต่งตั้งเอกอัคราชฑูตประจำอาเซียนไปประจำที่กรุงจาการ์ตา ซึ่งไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจแนวแน่ของอาเซียนที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อมุ่งไปสู่การรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนในอนาคต และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปร่วมประชุมและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิก

4. หากประเทศสมาชิกไม่สามารถตกลงกันได้โดยหลักฉันทามติ ให้ใช้การตัดสินใจรูปแบบอื่นๆ ได้ตามที่ผู้นำกำหนด

5. เพิ่มความยืดหยุ่นในการตีความหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน โดยมีข้อกำหนดว่าหากเกิดปัญหาที่กระทบต่อผลประโยชน์ส่วนร่วมของอาเซียน หรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ประเทศสมาชิกต้องหารือกันเพื่อแก้ปัญหา และกำหนดให้ประธานอาเซียนเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

กฎบัตรอาเซียนจะเสริมสร้างกลไกการติดตามความตกลงต่างๆ ให้มีผลเป็นรูปธรรมได้อย่างไร

กฎบัตรอาเซียนสร้างกลไกตรวจสอบและติดตามการดำเนินการตามความตกลงต่างๆ ของประเทศสมาชิกในหลากหลายรูปแบบ เช่น

1. ให้อำนาจเลขาธิการอาเซียนดูแลการปฏิบัติตามพันธกรณีและคำตัดสินขององค์กรระงับข้อพิพาท

2. หากการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงต่างๆ ทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างรัฐสมาชิกสามารถใช้กลไกและขั้นตอนระงับข้อพิพาททั้งที่มีอยู่แล้ว และที่จะตั้งขึ้นใหม่เพื่อแก้ไขข้อพิพาทที่เกิดขึ้นโดยสันติวิธี

3. หากมีการละเมิดพันธกรณีในกฎบัตรฯ อย่างร้ายแรง ผู้นำอาเซียนสามารถกำหนดมาตรการใดๆ ที่เหมาะสมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อรัฐผู้ละเมิดพันธกรณีกฎบัตรอาเซียนช่วยให้อาเซียนเป็นประชาคมเพื่อประชาชนได้อย่างไรข้อบทต่างๆ ในกฎบัตรอาเซียนแสดงให้เห็นว่าอาเซียนกำลังผลักดันองค์กรให้เป็นประชาคมเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง จึงกำหนดให้การลดความยากจนและลดช่องว่างการพัฒนาเป็นเป้าหมายหนึ่งของอาเซียนกฎบัตรอาเซียนเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในอาเซียนผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับองค์กรต่างๆ ของอาเซียนมากขึ้น ทั้งยังกำหนดให้มีความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสมัชชารัฐสภาอาเซียน ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างรัฐสภาของประเทศสมาชิกกำหนดให้มีการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนของอาเซียน เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

ความสำคัญของกฎบัตรอาเซียนต่อประเทศไทย

กฎบัตรอาเซียน ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามพันธกรณีต่างๆ ของประเทศสมาชิก ซึ่งจะช่วยสร้างเสริมหลักประกันให้กับไทยว่า จะสามารถได้รับผลประโยชน์ตามที่ตกลงกันไว้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้ การปรับปรุงการดำเนินงานและโครงสร้างองค์กรของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเสริมสร้างความร่วมมือในทั้ง 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียนจะเป็นฐานสำคัญที่จะทำให้อาเซียนสามารถตอบสนองต่อความต้องการและผลประโยชน์ของรัฐสมาชิก รวมทั้งยกสถานะและอำนาจต่อรอง และภาพลักษณ์ของประเทศสมาชิกในเวทีระหว่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเอื้อให้ไทยสามารถผลักดันและได้รับผลประโยชน์ด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่น

– อาเซียนขยายตลาดให้กับสินค้าไทยจากประชาชนไทย 60 ล้านคน เป็นประชาชนอาเซียนกว่า 550 ล้านคน ประกอบกับการขยายความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เส้นทางคมนาคม ระบบไฟฟ้า โครงข่ายอินเตอร์เน็ต ฯลฯ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับไทย

นอกจากนี้ อาเซียนยังเป็นทั้งแหล่งเงินทุนและเป้าหมายการลงทุนของไทย และไทยได้เปรียบประเทศสมาชิกอื่นๆ ที่มีที่ตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน สามารถเป็นศูนย์กลางทางการคมนาคมและขนส่งของประชาคม ซึ่งมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ และบุคคล ระหว่างประเทศสมาชิกที่สะดวกขึ้น

– อาเซียนช่วยส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อเผชิญกับภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง เช่น SARs ไข้หวัดนก การค้ามนุษย์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หมอกควัน ยาเสพติดปัญหาโลกร้อน และปัญหาความยากจน เป็นต้น

– อาเซียนจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของไทยในเวทีโลก และเป็นเวทีที่ไทยสามารถใช้ในการผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาของเพื่อนบ้านที่กระทบมาถึงไทยด้วย เช่น ปัญหาพม่า ในขณะเดียวกันความสัมพันธ์พหุภาคีในกรอบอาเซียนจะเกื้อหนุนความสัมพันธ์ของไทยในกรอบทวิภาคี เช่น ความร่วมมือกับมาเลเซียในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย

 

ที่มา

http://www.tonthongchai.go.th/th/index.php/aec/19-2013-05-22-05-23-38/aec/65-asean-charter

https://asean2019.go.th/th/abouts/asean-charter/

ASEAN Studies Centre

จ้งนิสิตยื่นคำร้องเข้าร่วมโครงการ ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ประจำปี 2564

 823 รวมเข้าชม

 ระบบยื่นคำร้องขอเข้าร่วมโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน >>  https://stud.mcu.ac.th/mds/

คู่มือการใช้งานระบบ >>  https://stud.mcu.ac.th/mds/?page_id=289

 

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี

เปิดรับสมัครนิสิตใหม่ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕

 810 รวมเข้าชม

มจร วิทยาเขตพะเยา เปิดทำการสอนประกอบด้วยหลักสูตรดังนี้ …

The post เปิดรับสมัครนิสิตใหม่ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ first appeared on มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา.

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา

ประกาศส่วนงานวิทยาเขตนครสวรรค์ เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบคัดเลือก หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปี 2564

 812 รวมเข้าชม

รายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบคัดเลือก หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปี 2564

https://www.grad.mcunsw.com/announcement/

img20211116_0001

มจร วิทยาเขตนครสวรรค์

สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 140 อัตรา

 652 รวมเข้าชม

สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 140 อัตรา รับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน-16 ธันวาคม 2564

ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ ตำแหน่งนักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ ตำแหน่งนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน
ปีงบประมาณ พ.ศ 2565

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
1.ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ
จำนวน 10 อัตรา
เงินเดือน 15,000-16,500 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิป.ตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางคอมพิวเตอร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ.รับรอง และต้องเป็นผู้ที่สอบผ่านภาค ก ระดับ ป.ตรีขึ้นไป

2.ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ
จำนวน 40 อัตรา
เงินเดือน 15,000-16,500 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิป.ตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ.รับรอง และต้องเป็นผู้ที่สอบผ่านภาค ก ระดับ ป.ตรีขึ้นไป

3.ตำแหน่งนักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ
จำนวน 30 อัตรา
เงินเดือน 15,000-16,000 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิป.ตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ทุกสาขาวิชา

4.ตำแหน่งนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน
จำนวน 60 อัตรา
เงินเดือน 11,500-12,650 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิ ปวส. หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีโทรคมนาคม เทคโนโยลีคอมพิวเตอร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ.รับรอง และต้องเป็นผู้ที่สอบผ่านภาค ก ระดับ ปวส. ขึ้นไป

การรับสมัคร

ผู้ประสงค์ที่จะสมัครงาน สามารถสมัครได้ทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน-16 ธันวาคม 2564 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่เว็บไซต์ https://moi.thaijobjob.com

รายละเอียดเพิ่มเติม
-ไฟล์ประกาศรับสมัคร

วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร

มจร แต่งตั้ง​ผู้​ช่วย​ศาสตรา​จารย์ สาขาวิชา​การบริหารธุรกิจ

 788 รวมเข้าชม

]

คำสั่ง​ มหา​วิทยาลัย​มหา​จุฬา​ลง​ก​รณ​ราช​วิทยาลัย
เรื่อง​ แต่งตั้ง​ผู้​ช่วย​ศาสตรา​จารย์
มหา​วิทยาลัย​มหา​จุฬา​ลง​ก​รณ​ราช​วิทยาลัย​ แต่งตั้ง​ให้​ พระครู​วินัยธรเอก​ ชินวํโส​ อายุ​ ๔๓ ปี​ พรรษา​ ๒๑​ วุฒิ​การศึกษา​ พธ.บ.​ (การจัดการเชิง​พุทธ), นิติศาสตรบัณฑิต, พธ.ม.​ (การ​จัดการ​เชิง​พุทธ), พธ.ด.​ (การ​จัดการ​เชิง​พุทธ) ตำแหน่ง​ อาจารย์​ สังกัด​ ภาค​วิชารัฐศาสตร์​ คณะสังคม​ศาสตร์​ ดำรง​ตำแหน่ง​ ผู้​ช่วย​ศาสตรา​จารย์​ สาขาวิชา​การบริหารธุรกิจ
ทั้งนี้​ ตั้งแต่​วันที่​ ๙​ มีนาคม​ พ.ศ.๒๕​๖​๔​ เป็นต้นไป
สั่ง​ ณ​ วันที่​ ๑๓ พฤศจิกายน​ พ.ศ.๒๕​๖​๔

คณะสังคมศาสตร์

มจร แต่งตั้ง​ผู้​ช่วย​ศาสตรา​จารย์ สาขาวิชา​รัฐศาสตร์​

 716 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

]

คำสั่ง​ มหา​วิทยาลัย​มหา​จุฬา​ลง​ก​รณ​ราช​วิทยาลัย
เรื่อง​ แต่งตั้ง​ผู้​ช่วย​ศาสตรา​จารย์
มหา​วิทยาลัย​มหา​จุฬา​ลง​ก​รณ​ราช​วิทยาลัย​ แต่งตั้ง​ให้​ นางสาว​อภิญญา​ ฉัตร​ช่อฟ้า​ อายุ​ ๕๒ ปี​ วุฒิ​การศึกษา​ ศศ.บ.​ (การจัดการทั่วไป​), ร.ม. (สื่อ​สารการเมือง)​, รอ.ม.​ (การ​จัดการ​ภาครัฐและ​เอกชน​), ปร.ด.​ (สื่อสาร​การเมือง​), ปรด.​ (รัฐประศาสน​ศาสตร์)​ ตำแหน่ง​ อาจารย์​ สังกัด​ ภาค​วิชารัฐศาสตร์​ คณะสังคม​ศาสตร์​ ดำรง​ตำแหน่ง​ ผู้​ช่วย​ศาสตรา​จารย์​ สาขาวิชา​รัฐศาสตร์​
ทั้งนี้​ ตั้งแต่​วันที่​ ๘ เมษายน​ พ.ศ.๒๕​๖​๔​ เป็นต้นไป
สั่ง​ ณ​ วันที่​ ๑๓ พฤศจิกายน​ พ.ศ.๒๕​๖​๔

คณะสังคมศาสตร์