ประกาศ ส่วนงานทะเบียนและวัดผล สำนักงานวิชาการ วิทยาเขตนครสวรรค์ เรื่อง รายชื่อผู้สอบผ่านประเมินทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๕

 327 รวมเข้าชม

รายชื่อผู้สอบผ่านประเมินทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๕

รายชื่อผู้สอบผ่านเทคโนฯ ครั้งที่ 4

มจร วิทยาเขตนครสวรรค์

เรื่องแจ้งการโอนนิตยภัต งวดที่ 10 (ประจาเดือนสิงหาคมและกันยายน)

 381 รวมเข้าชม

จังหวัดราชบุรี

จังหวัดสมุทรสงคราม

The post เรื่องแจ้งการโอนนิตยภัต งวดที่ 10 (ประจาเดือนสิงหาคมและกันยายน) appeared first on วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี.

วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี

กำหนดการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับสถาบัน ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๔

 466 รวมเข้าชม

]กำหนดการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยลัย ประจําปีการศึกษา ๒๕๖๔ วันที่ ๒๕ – ๒๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๕ ณ อาคารสํานักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลําไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ——————————————————————–   วัน – เวลา กิจกรรม สถานที่ วันอังคารที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๕ ๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น. คณะกรรมการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน  ประชุมร่วมกัน ห้อง ๓๐๓ ๐๙.๑๕ – ๑๐.๓๐ น. เปิดประชุมการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับสถาบัน ปีการศึกษา ๒๕๖๔ – พระธรรมวัชรบัณฑิต ศ.ดร. อธิการบดี นําบูชาพระรัตนตรัย กล่าวต้อนรับ – รองศาสตราจารย์ ดร.วศิน อิงคพัฒนากุล  ประธานกรรมการ แนะนํากรรมการ […]

สำนักงานประกันคุณภาพ

ไทย-มาเลย์ จ่อสร้างสะพานเพิ่ม ยกระดับค้าชายแดน

 615 รวมเข้าชม

]

รัฐบาลไทยได้ย้ำแผนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งใหม่ ที่จะกลายเป็นจุดผ่านแดนอีกแห่ง โดยทั้งรัฐบาลไทยและมาเลเซียหวังว่าสะพานที่จะเชื่อมระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส กับรัฐกลันตัน ในมาเลเซียนี้ จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ
.
โดยสะพานแห่งนี้จะกลายเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแห่งที่ 3 ต่อจากสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 ซึ่งเชื่อมระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส กับเมืองรันเตาปันจัง และสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เชื่อมระหว่างเมืองบูกิตบูงา กับหมู่บ้านบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส
.
เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายดอน ปรมัตถ์วินัย และนาย Saifuddin Abdullah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและมาเลเซีย ได้ตกลงที่จะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดน เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายการค้าทวิภาคีระหว่างสองประเทศ มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ภายในปี 2568 โดยรัฐมนตรีทั้งสองยังได้แสดงเจตจำนงที่จะเร่งรัดการก่อสร้างถนนที่จะเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ศุลกากรของบูกิตกายูฮิตัม กับอำเภอสะเดา ซึ่งจะมีความสำคัญยิ่งในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างมาเลเซียและไทย
.
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังกำลังพิจารณาการก่อสร้างสะพานแห่งที่ 4 เชื่อมระหว่างเมืองเปงกาลัน กูบอร์ กับอำเภอตากใบจังหวัดนราธิวาส แต่จำเป็นต้องมีการประเมินพื้นที่และสำรวจภูมิประเทศให้แล้วเสร็จก่อน การหารือจึงจะเดินหน้าต่อไปได้
.
ทั้งนี้ การก่อสร้างสะพานแห่งใหม่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้การเดินทางไปมาระหว่างสองประเทศที่บริเวณชายแดนทางบกเป็นไปอย่างสะดวกสบาย โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ชาวมาเลเซียเป็นชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากที่สุด ส่วนใหญ่เดินทางมาทางบกผ่านทางจังหวัดสงขลา ขณะที่ มาเลเซียยังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ถึงแม้ชาวสิงคโปร์จะยึดอันดับ 1 ชาติที่เดินทางไปมาเลเซียมากที่สุดก็ตาม
ที่มา: AEC Connect

ASEAN Studies Centre

อินโดฯ เล็งสหรัฐฯ ตลาดสำคัญ แบตเตอรี่ EV

 305 รวมเข้าชม

]

ตามร่างกฎหมายว่าด้วยการปรับลดเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act: IRA) ของสหรัฐอเมริกา เสนอให้มีการลดหย่อนภาษีราว 7,500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการประกอบขั้นสุดท้ายในทวีปอเมริกาเหนือ และแบตเตอรี่ใช้ส่วนประกอบเพียงเล็กน้อยจาก ‘นิติบุคคลต่างประเทศที่น่าเป็นกังวล’ หรือความหมายโดยนัย คือ บริษัทของจีนและรัสเซีย
.
นอกจากนี้ โลหะสำคัญในแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ และแมงกานีส อย่างน้อย 40% จะต้องมาจากสหรัฐอเมริกาและคู่ค้า FTA เท่านั้น และจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% ภายในปี 2569 โดยกฎหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้จนถึงอย่างน้อยปี 2575
.
Putra Adhiguna นักวิเคราะห์ด้านพลังงานจากกรุงจาการ์ตาในภาคการขนส่งของ Institute for Energy Economics and Financial Analysis กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับอินโดนีเซียทั้งทางตรงและทางอ้อม หากพิจารณาจากแบตเตอรี่ที่ผลิตในจีนซึ่งสหรัฐฯ นำเข้าไปในประเทศนั้นใช้นิกเกิลของอินโดนีเซีย
.
ขณะที่ ปัจจุบันตลาดแบตเตอรี่ EV ที่ใหญ่ที่สุด คือ จีนและสหภาพยุโรป และตลาดจีนยังคงใหญ่กว่าตลาดสหรัฐฯ ในขณะนี้ถึง 2-3 เท่า แต่ Putra มองว่าในอนาคต สหรัฐฯ จะเป็นตลาดสำคัญสำหรับผู้ผลิตนิกเกิล และหากสหรัฐฯ กีดกันผลิตภัณฑ์จากจีนและใช้มาตรการอย่าง IRA จะทำให้การเติบโตในอนาคตของอุตสาหกรรมนิกเกิลของอินโดนีเซียได้รับผลกระทบจากการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานรถ EV ของสหรัฐฯ เช่นกัน
.
ทั้งนี้ อินโดนีเซียมีปริมาณนิกเกิลสำรองที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมสำหรับรถ EV มากที่สุดในโลกถึง 21 ล้านเมตริกตัน และคาดว่าจะใช้ได้นานถึง 30 ปี แต่อินโดนีเซียยังคงพึ่งพาบริษัทต่างชาติโดยเฉพาะจากจีนและเกาหลีใต้ในการขึ้นเป็นศูนย์กลางในการผลิตแบตเตอรี่ EV
.
อย่างไรก็ดี อินโดนีเซียก็ยังคงพยายามติดตามการลงทุนจาก Tesla ซึ่งในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ได้เดินทางไปพบกับอีลอน มัสก์ เจ้าของ Tesla เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงได้ชักชวนให้เดินทางมายังอินโดนีเซียด้วย
.
ซึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมามีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า Tesla ตกลงซื้อนิกเกิลของอินโดนีเซียมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ผลิตโดยบริษัท Zhejiang Huayou Cobalt และ CNGR Advanced Material ของจีน แต่สิ่งที่อินโดนีเซียต้องการอย่างแท้จริงคือให้ Tesla เข้ามาตั้งโรงงานผลิตรถ EV และแบตเตอรี่ EV ในประเทศ ซึ่งประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ Tesla ยังคงลังเลอยู่
ที่มา: AEC Connect

ASEAN Studies Centre

อาเซียนอัปเกรด FTA กับจีน และเล็งยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจกับญี่ปุ่น

 458 รวมเข้าชม

]

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนหารือจีน เห็นพ้องอัปเกรด FTA ให้ทันสมัย เตรียมชงผู้นำประกาศเริ่มเจรจา พ.ย.นี้ ตั้งเป้าเพิ่มเปิดเสรีการค้าการลงทุนและความร่วมมือสาขาใหม่ พร้อมจับมือฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ส่วนอาเซียน–เกาหลีใต้ เร่งสรุปผลศึกษายกระดับ FTA ให้เสร็จต้นปีหน้า เล็งเปิดตลาดการค้าสินค้าเพิ่มเติม ปรับปรุงกฎเกณฑ์การค้าให้ทันสมัยครอบคลุม ด้านอาเซียน-ญี่ปุ่น เตรียมทำความร่วมมือเศรษฐกิจมิติใหม่ ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี
.
ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16-18 กันยายน ที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ให้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน–จีน ครั้งที่ 21 (AEM–MOFCOM Consultations) ณ จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบรายงานศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกัน (Joint Feasibility Study) เพื่อยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ASEAN–China Free Trade Area: ACFTA) และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมผู้นำอาเซียน–จีน ประกาศเริ่มการเจรจาในเดือนพฤศจิกายนนี้
.
ดร.สรรเสริญ กล่าวว่า การยกระดับความตกลง ACFTA เพื่อให้ความตกลงมีความทันสมัยสอดรับต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและรูปแบบการค้ายุคใหม่ โดยมีการเจรจาการเปิดเสรีเพิ่มเติมด้านการค้าสินค้า การเปิดเสรีด้านการลงทุน การคุ้มครองการลงทุน และความร่วมมือในสาขาใหม่ๆ อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และการอำนวยความสะดวกการทำธุรกิจกับจีนมากขึ้น
.
นอกจากนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและจีน ยังได้กระชับความร่วมมือส่งเสริมการค้าและการลงทุน โดยได้รับรองแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังโควิด ผ่านมาตรการที่สำคัญ อาทิ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคในเชิงลึก การเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน รวมถึงการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน และได้เห็นชอบแผนงานว่าด้วยการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าอาเซียน–จีน ในเชิงลึก ปี ค.ศ. 2022–2026 ซึ่งกำหนดแผนการดำเนินงานและผลลัพธ์ที่คาดหวังระหว่างอาเซียนและจีน อาทิ การขยายความร่วมมือทางการค้าการลงทุน และการต่อต้านการระบาดใหญ่ของโควิดด้านเศรษฐกิจและการค้า
.
ส่วนการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน–เกาหลีใต้ ครั้งที่ 19 ที่ประชุมตั้งเป้าให้ผลการศึกษาร่วมเพื่อยกระดับความตกลงอาเซียน–เกาหลีใต้ (ASEAN–Korea Free Trade Agreement: AKFTA) ฉบับสมบูรณ์เสร็จภายในต้นปี 2566 เพื่อนำรายงานการศึกษาร่วมมาใช้เป็นแนวทางการเจรจายกระดับความตกลง AKFTA โดยเฉพาะการเปิดตลาดการค้าสินค้าเพิ่มเติม การปรับปรุงกฎเกณฑ์ทางการค้าให้ทันสมัย ครอบคลุม และอำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจมากขึ้น
.
ทั้งนี้ เกาหลีใต้มีเป้าหมายพัฒนาข้อบทด้านการค้าดิจิทัลกับอาเซียนในอนาคต จึงริเริ่มจัดทำการศึกษาวิจัยด้านการค้าดิจิทัล โดยจะส่งผลการวิจัยเบื้องต้นให้ประเทศสมาชิกอาเซียนพิจารณาภายในสิ้นเดือนกันยายน 2565 พร้อมทั้งจะพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับอาเซียนผ่านกลไกต่างๆ อาทิ การจัดทำแผนงานนโยบายสตาร์ทอัพ การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม และโครงการ TASK ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญของเกาหลีใต้ให้กับผู้ประกอบการอาเซียนในอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับสภาธุรกิจอาเซียน–เกาหลีใต้ เรื่องแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถในอุตสาหกรรม 4.0 การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน สำหรับ MSMEs และการส่งเสริมภาคเอกชนให้ใช้ประโยชน์จากความตกลง RCEP มากขึ้น
.
ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน–ญี่ปุ่น ครั้งที่ 28 ได้มีการติดตามการปฏิบัติตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน–ญี่ปุ่น (ASEAN–Japan Comprehensive Economic Partnership: AJCEP) และเตรียมจัดทำข้อริเริ่มใหม่ “การออกแบบอนาคตและแผนปฏิบัติการด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนของความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน–ญี่ปุ่น” และการจัดทำวิสัยทัศน์การร่วมสร้างสรรค์ด้านเศรษฐกิจอาเซียน–ญี่ปุ่น เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบความสัมพันธ์อาเซียน–ญี่ปุ่น 50 ปี ในปี 2566 โดยข้อริเริ่มใหม่จะส่งเสริมความร่วมมือ 3 ด้าน คือ ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาและสร้างเครือข่ายของผู้ประกอบการ และการดาเนินธุรกิจแบบ “การร่วมสร้างสรรค์” โดยสาขาที่คาดว่าจะจัดทำวิสัยทัศน์ อาทิ ความมั่นคงทางอาหาร ความเป็นกลางทางคาร์บอน และสาขาการดูแลสุขภาพ
.
นอกจากนี้ ได้หารือเรื่องการเจรจาจัดทำพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน–ญี่ปุ่น เนื่องจากควรขยายความตกลง AJCEP ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2552 ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยรวมประเด็นใหม่ๆ อาทิ การเปิดเสรีการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุน ไว้ในความตกลงฉบับแก้ไขหรืออัปเกรดด้วย โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มการอัปเกรด ในปี 2566
.
ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

ASEAN Studies Centre

อาเซียนผลักดันการค้า หนุน SME และพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกับรัสเซียและ EU

 369 รวมเข้าชม

]

อาเซียนถกรัสเซีย หารือความคืบหน้าแผนงานความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน เน้นเศรษฐกิจดิจิทัล วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม พลังงานที่ยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว หนุน MSMEs ด้านดิจิทัล เร่งดันมูลค่าการค้าเพิ่ม 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เดินหน้าแผนงานความร่วมมือกับยูเรเซีย พร้อมหารืออียูร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี และบริการสีเขียว เล็งยกระดับความสัมพันธ์สู่การจัดทำ FTA ในอนาคตค
.
ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ให้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-รัสเซีย ครั้งที่ 11 ณ จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของสหพันธรัฐรัสเซีย (นายวลาดิมีร์ อิลิโชฟ) เป็นประธานร่วม ซึ่งที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความพยายามที่จะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูมิภาคภายหลังสถานการณ์โควิด-19 และได้รับทราบถึงความคืบหน้าการดำเนินการภายใต้แผนงานความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียน-รัสเซีย ซึ่งให้ความสำคัญต่อความร่วมมือด้านการค้าและการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม พลังงานที่ยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และห่วงโซ่มูลค่าที่ยืดหยุ่น
.
ดร.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบถึงการดำเนินการจัดการประชุมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และการพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลให้กับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) และยังได้หารือแนวทางการผลักดันให้การค้าสองฝ่ายขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยเร็วที่สุด โดยเน้นสาขาที่สองฝ่ายสนใจ อาทิ สินค้าเกษตรและอาหาร พลังงาน ปุ๋ย และยางพารา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในภาคอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ อาเซียนได้หารือกับผู้แทนสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย โดยรับทราบความคืบหน้าแผนงานความร่วมมือระหว่างอาเซียน-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย ระหว่างปี 2563-2568 ซึ่งกิจกรรมภายใต้แผนงานดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของทั้งสองภูมิภาค และช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนในระยะยาว
.
ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-กรรมาธิการยุโรปด้านการค้า ครั้งที่ 18 ที่ประชุมได้รับทราบและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อการดำเนินการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังโควิด-19 และได้เห็นชอบแผนงานด้านการค้าและการลงทุนอาเซียน-สหภาพยุโรป ปี 2565-2566 ซึ่งรวมถึงการจัดทำกรอบกำหนดขอบเขต FTA อาเซียน-สหภาพยุโรป ซึ่งได้มอบหมายให้คณะทำงานร่วมหารือกำหนดแนวทางดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะกลาง โดยคำนึงถึงระดับการพัฒนาที่แตกต่างของสองภูมิภาคผ่านการมีส่วนร่วมในสาขาใหม่ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี และบริการสีเขียว รวมถึงห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น เพื่อยกระดับความสัมพันธ์และสามารถนำไปสู่การจัดทำ FTA ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวต่อไป
.
นอกจากนี้ อาเซียนได้ขอบคุณสหภาพยุโรปที่ช่วยสนับสนุนการเสริมสร้างขีดความสามารถและให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคผ่านโครงการ ARISE Plus และ E-READI รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับสภาธุรกิจอาเซียน-สหภาพยุโรป (EU-ASEAN Business Council: EU-ABC) เกี่ยวกับข้อเสนอแนะและแนวทางการปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สภาพแวดล้อม กฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุน และการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน
.
ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

ASEAN Studies Centre

ฟิลิปปินส์ พร้อมเจรจา จีน รอบใหม่ สำรวจแหล่งน้ำมัน

 485 รวมเข้าชม

]

Enrique Manalo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยระหว่างเข้าชี้แจงเรื่องงบประมาณปี 2566 ของกระทรวงว่า ฟิลิปปินส์พร้อมเปิดกว้างในการเจรจารอบใหม่กับจีนเกี่ยวกับการสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ความตกลงกับจีนหรือประเทศใดๆ ก็ตามในการสำรวจดังกล่าวนี้ ควรเป็นไปตามกฎหมายของฟิลิปปินส์
นอกจากนี้ กิจกรรรมต่างๆ ในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือด้านน้ำมันและก๊าซในทะเลจีนใต้ จะต้องดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญ และผลประโยชน์ของประเทศจะต้องมาก่อนเสมอ ขณะที่ สถานทูตจีนประจำกรุงมะนิลายังไม่ได้แสดงความเห็นต่อท่าทีของรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ในครั้งนี้แต่อย่างใด
โดยการเจรจาเพื่อร่วมกันสำรวจแหล่งพลังงานในทะเลจีนใต้ระหว่าง 2 ประเทศ ได้ถูกยกเลิกไปในสมัยของรัฐมนตรีต่างประเทศของฟิลิปปินส์คนก่อน เนื่องจากข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญและประเด็นต่างๆ เรื่องอำนาจอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้
ด้านประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งไปเมื่อเดือนมิถุนายน กล่าวว่า เขาจะพยายามหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งกับจีน เพื่อให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นปกติ หลังเผชิญข้อพิพาททางทะเลมาเป็นเวลาหลายปี
ทั้งนี้ เมื่อปี 2559 อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ มีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้ฟิลิปปินส์มีอำนาจอธิปไตยในการแสวงหาประโยชน์ในแหล่งพลังงานภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEC) ในระยะ 200 ไมล์ อย่างไรก็ตาม จีนซึ่งอ้างสิทธิ์อธิปไตยเหนืออาณาเขตของทะเลจีนใต้มากถึง 90% ได้ปฏิเสธที่จะยอมรับคำตัดสินดังกล่าว
ที่มา: AEC Connect

ASEAN Studies Centre

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานภัตตาหาร ถวายผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และพระนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประจำเดือนกันยายน 2565

 545 รวมเข้าชม






















สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม