Skip to content

Category: ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง

ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

วิกฤติพลังงาน พลิกฟื้น พลังงานนิวเคลียร์ในเอเชีย

 332 รวมเข้าชม,  2 เข้าชมวันนี้

 332 รวมเข้าชม,  2 เข้าชมวันนี้ ]   การยอมรับพลังงานนิวเคลียร์เกิดขึ้นหลังจากก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ถูกใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าในเอเชียมีราคาพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากรัสเซียรุกรานยูเครนจนเกิดความสับสนอลหม่านในตลาดต่างๆ โดยหลายประเทศตัดสินใจไม่ซื้อพลังงานจากรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกพลังงานเชื้อเพลิงรายใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะทำให้พลังงานเชื้อเพลิงมีปริมาณน้อยลง และราคาก็ยิ่งจะไต่ระดับสูงขึ้นในอนาคต ในปี 2563 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของไฟฟ้าทั้งหมดในโลก โดยมีเพียง 15 ประเทศที่ร่วมกันผลิตพลังงานนิวเคลียร์โลกได้มากกว่า 91% ซึ่งสหรัฐฯนั้นเป็นประเทศอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 31% รองลงมาคือ จีน ที่ผลิตพลังงานนิวเคลียร์ได้ที่ 13.5% และอันดับที่ 3 คือ ฝรั่งเศสที่ 13.3% แต่เมื่อมองในมุมที่ว่า ประเทศใดพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์มากที่สุด ประเทศฝรั่งเศสนำโด่งมาเป็นที่ 1 ในสัดส่วนที่มากถึง 70.6% ตามมาด้วยประเทศสโลวะเกีย 53.1% และประเทศยูเครนที่ 51.2% ทั้งนี้ มีเพียงประเทศเกาหลีใต้ที่เป็นประเทศจากเอเชียติดอันดับที่ 13 พึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ที่ 29.6% แม้ว่าบางประเทศ เช่น เยอรมนี มีแผนที่จะค่อยๆ ยกเลิกการใช้พลังงานนิวเคลียร์ แต่ความต้องการใช้พลังงานไร้คาร์บอนอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการฟื้นคืนของ “พลังงานนิวเคลียร์” โดยขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นและเกาหลีใต้กำลังยุตินโยบายต่อต้านนิวเคลียร์ ขณะที่ จีนและอินเดีย กำลังมุ่งสร้างเครื่องปฏิกรณ์มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดแคลนพลังงานในอนาคต และควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงบรรดาประเทศกำลังพัฒนาทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อยู่ระหว่างการสำรวจเกี่ยวกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์เช่นกัน การยอมรับพลังงานนิวเคลียร์เกิดขึ้นหลังจากก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ถูกใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าในเอเชียมีราคาพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากรัสเซียรุกรานยูเครนจนเกิดความสับสนอลหม่านในตลาดต่างๆ โดยหลายประเทศตัดสินใจไม่ซื้อพลังงานจากรัสเซียซึ่งเป็นผู้ส่งออกพลังงานเชื้อเพลิงรายใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะทำให้พลังงานเชื้อเพลิงมีปริมาณน้อยลง และราคาก็ยิ่งจะไต่ระดับสูงขึ้นในอนาคต ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้พลังงานนิวเคลียร์ที่ทั้งเป็นพลังงานสะอาดและเชื่อถือได้ ยิ่งเป็นที่น่าสนใจสำหรับเหล่าผู้นำประเทศที่ต้องการควบคุมเงินเฟ้อ, บรรลุเป้าหมายการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดการพึ่งพาผู้ค้าพลังงานจากต่างประเทศ การกลับมาของพลังงานนิวเคลียร์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยมีแรงสนับสนุนจากหลายประเทศนับตั้งแต่อังกฤษไปจนถึงอียิปต์ แต่ที่น่าประหลาดใจคือ เป็นไปได้อย่างไรที่พลังงานนิวเคลียร์กำลังเป็นที่สนใจในหมู่ประเทศเอเชียเช่นเดียวกัน เนื่องจากเคยเกิดภัยพิบัติที่นำความเสียหายอย่างใหญ่หลวงมาสู่ญี่ปุ่นเมื่อกว่า 10 ปีก่อนมาแล้ว ก่อนหน้านี้ อนาคตของพลังงานนิวเคลียร์ในเอเชียค่อนข้างจะสดใสจนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิพัดถล่มฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ ในเดือนมีนาคม ปี 2554 โดยวิกฤติการณ์ครั้งนั้น ทำให้รัฐบาลของหลายประเทศเชื่อว่าพลังงานนิวเคลียร์นั้นมีความเสี่ยงมากกว่าจะสร้างประโยชน์ ขณะที่เยอรมนีและไต้หวันตัดสินใจขีดเส้นตายที่จะปิดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ อีกทั้งค่าใช้ง่ายจำนวนมหาศาลในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่และความล่าช้าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งล้วนถูกมองว่าเป็นอุปสรรคด้วย เมื่อค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคต่างๆ สูงขึ้น และหลายชาติต้องต่อสู้กับเงินเฟ้อด้านพลังงานเชื้อเพลิง ทำให้รัฐบาลของหลายประเทศหันกลับมาให้ความสำคัญกับพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง เนื่องจากพลังงานนิวเคลียร์ใช้แร่ยูเรเนียมเพียงเล็กน้อย เพื่อดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่างจากโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ อย่างลมและแสงอาทิตย์ เหตุผลข้างต้นนี้ เป็นสิ่งที่สนับสนุนให้ญี่ปุ่นพิจารณาที่จะพัฒนาและสร้างเครื่องปฏิกรณ์ยุคใหม่ ขณะเดียวกันก็จะเริ่มกลับมาใช้เครื่องปฏิกรณ์เก่าที่ปล่อยทิ้งไว้มานานอีกครั้งด้วย ท่ามกลางเสียงสนับสนุนจากประชาชนราว 58% เช่นเดียวกันกับเกาหลีใต้ ในปีนี้ประชาชนได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ที่เป็นผู้สนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ โดยผู้นำเกาหลีใต้ต้องการพลังงานนิวเคลียร์ให้มีสัดส่วนราว 30% ของการผลิตพลังงานทั้งหมด พร้อมให้คำมั่นจะทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ด้านอุปกรณ์นิวเคลียร์และเทคโนโลยี รวมทั้งผนึกพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียนเข้าด้วยกันเพื่อผลักดันให้ก้าวไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน “จีน” เป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเร่งมือจัดการกับโครงการพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานน้ำ โดยจีนกำลังต่อสู้กับปัญหาคลื่นความร้อนครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ที่ทำให้เกิดการขาดแคลนพลังงานในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งขณะนี้จีนกำลังสร้างเครื่องปฏิกรณ์ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของนิวเคลียร์ เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่ไม่เพียงพอ และลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานฟอสซิล โดยข้อมูลจาก สมาคมนิวเคลียร์โลก (WNA) ระบุว่า ปัจจุบันจีนมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีกำลังการผลิต 24 กิกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและอีก 34 กิกะวัตต์อยู่ในแผน ซึ่งหากทั้งหมดนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จและบรรลุผลก็จะทำให้จีนกลายเป็นผู้ผลิตพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้าน “อินเดีย” ก็กำลังจับจังหวะการขยายเข้าสู่พลังงานนิวเคลียร์เช่นกัน เนื่องจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของอินเดียมุ่งที่จะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ 2 แห่ง โดยปัจจุบันอินเดียสามารถผลิตไฟฟ้าราว 70% จากถ่านหินและอีกราว 3% จากนิวเคลียร์ แต่ผู้นำอินเดียตั้งเป้าที่จะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ให้เกินกว่า 3 เท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ไม่เพียงแต่ชาติเอเชียขนาดใหญ่ที่กลับมาให้ความสำคัญกับพลังงานนิวเคลียร์กันอย่างคึกคัก แม้กระทั่งประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็หันกลับมามองพลังงานนิวเคลียร์ โดยฟิลิปปินส์กำลังศึกษาเกี่ยวกับโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เพื่อลดต้นทุนไฟฟ้า และปรับปรุงด้านการจัดหาพลังงานต่างๆ ให้ดีขึ้น ส่วนอินโดนีเซียวางแผนที่จะเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศในปี 2588 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายของประเทศที่จะบรรลุ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี

อ่านต่อ »
ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

CLMV ชู 4 ประเทศ 1 จุดหมายปลายทาง กระตุ้นท่องเที่ยว

 415 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

 415 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้ ] นาย Thong Khon รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชาได้เปิดเผยระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของกลุ่มประเทศ CLMV ครั้งที่ 6 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเสียมราฐว่า ทั้งกัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และเวียดนาม ได้ตกลงนำแผนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว 3 ปี ระหว่างปี 2566-2568 มาใช้ โดยจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เกิดความตระหนักรู้ในเรื่อง ‘4 ประเทศ 1 จุดหมายปลายทาง’ พร้อมเรียกร้องให้มีการผลักดันแผนนี้ให้สามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย . นอกจากนี้ แผนความร่วมมือดังกล่าวยังเน้นเรื่องการอำนวยความสะดวกให้การเดินทางระหว่างภูมิภาคง่ายขึ้น, การสร้างขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยว, การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและบรรดาชุมชนท้องถิ่น, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยว, การทำโปรโมชั่นร่วมกัน ตลอดจนความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว . ขณะที่ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้บรรดาเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการท่องเที่ยว เตรียมข้อเสนอโครงการท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานประสานงานระดับชาติของกลุ่มประเทศ CLMV ตามทิศทางในอนาคตและแผนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เพื่อขออนุมัติเงินทุนจากเหล่าพันธมิตรในการดำเนินการ . อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีชื่นชมความคืบหน้าของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งรวมถึงการขับรถท่องเที่ยวด้วยตนเอง, การเดินทางทางอากาศที่เพิ่มมากขึ้นและเที่ยวบินตรงที่เชื่อมต่อจุดหมายปลายทางต่างๆ ในภูมิภาค, การอำนวยความสะดวกในการเดินทาง โดยการลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น รวมถึงการขยายวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบจาริกแสวงบุญผ่านเส้นทางที่มีสถานที่สำคัญๆ ที่เชื่อมต่อกันภายในภูมิภาค นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระชับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการตลาดร่วมกัน รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ รวมถึงนิทรรศการและงานแสดงสินค้าท่องเที่ยวด้วย . ทั้งนี้ จากแถลงการณ์ร่วมระบุว่า กลุ่มประเทศ CLMV ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 4 ล้านคนในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ที่มา: AEC Connect ASEAN Studies Centre

อ่านต่อ »
ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

E-Book นโยบายบริหารงานมหาวิทยาลัย โดย พระธรรมวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. อธิการบดี

 452 รวมเข้าชม

 452 รวมเข้าชม ] *แหล่งที่มา : https://online.pubhtml5.com/wqul/ibrd/ **ดาวน์โหลดเป็น PDF กองกลาง สำนักงานอธิการบดี

อ่านต่อ »
ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

สรุปโครงการอบรม EdPEx ระดับคณะและวิทยาลัย

 290 รวมเข้าชม,  2 เข้าชมวันนี้

 290 รวมเข้าชม,  2 เข้าชมวันนี้ ]๑  ข้อมูลส่วนบุคคล   ตอนที่ ๑  ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร   ตารางที่   ๑   จำนวนร้อยละของส่วนงานจัดการศึกษา ที่เข้าร่วมอบรมโครงการฯ ข้อมูลทั่วไป จำนวน (n) ร้อยละ     ส่วนงาน จัดการศึกษา คณะสังคมศาสตร์ ๘.๐๐ ๑๕.๖๙ วิทยาเขตขอนแก่น ๕.๐๐ ๙.๘๐ วิทยาเขตพะเยา ๗.๐๐ ๑๓.๗๓ วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส ๕.๐๐ ๙.๘๐ วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน ๗.๐๐ ๑๓.๗๓ วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี ๔.๐๐ ๗.๘๔ วิทยาลัยสงฆ์ศรีสะเกษ ๕.๐๐ ๙.๘๐ วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาฯ ๔.๐๐ ๗.๘๔ วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด ๖.๐๐ ๑๑.๗๖ รวม ๕๑.๐๐ ๑๐๐.๐๐             จากตารางที่ ๑ พบว่า ส่วนงานจัดการศึกษาที่เข้าร่วมอบรมโครงการฯ […] สำนักงานประกันคุณภาพ

อ่านต่อ »
ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

ประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ๒ ตำแหน่ง

 461 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

 461 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้ ] ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง   รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ประเภท วิชาการ ***********************            เพื่อให้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ  และบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ ข้อ ๒๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๕๙ และมติคณะกรรมการบริหารงานบุคคล ในคราวประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๖๕ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยกำหนดสัดส่วนอัตรากำลังตามมติสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ วันพุธที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ จึงออกประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ตำแหน่ง วิชาการ ไว้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๑. ตำแหน่งที่จะสอบคัดเลือก ตำแหน่งที่จะสอบคัดเลือก รายละเอียดปรากฏตามข้อ  ๗  ของประกาศนี้ ๒. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งของผู้มีสิทธิ์สอบ ๒.๑ ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามความในข้อ ๑๔ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๕๙ ๒.๒ เป็นผู้มีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบตามความในข้อ ๗ ของประกาศนี้ ๒.๓ ไม่เป็นผู้เสพสิ่งเสพติด ๓. เอกสารและหลักฐานที่จะต้องยื่นพร้อมใบสมัครสอบ ๓.๑ ประกาศนียบัตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปริญญาบัตร และใบแสดงผลการศึกษา (TRANSCRIPT) ที่แสดงว่ามีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งตรงตามที่สมัครสอบ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (สมัครวุฒิปริญญาโท ให้นำวุฒิปริญญาตรี มาประกอบด้วย) ๓.๒ หนังสือสุทธิ หรือบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ๓.๓ ทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ๓.๔ รูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว

อ่านต่อ »
ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

ถวายมุทิตาสักการะแด่พระเมธีธรรมาจารย์ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชวัชรสารบัณฑิต

 310 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

 310 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้ ] บุคลากรและลูกจ้าง กองกลาง สำนักงานอธิการบดีกราบถวายมุทิตาสักการะแด่ พระเมธีธรรมาจารย์, รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ในการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เป็น พระราชวัชรสารบัณฑิต  ไพศาลพัฒนกิจจาทร  มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี *Cr. รูปภาพ : https://www.mcu.ac.th/news/detail/40152 กองกลาง สำนักงานอธิการบดี

อ่านต่อ »
ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา บุคลากรและผู้ปฏิบัติงานอื่นในสถาบันอุดมศึกษา

 517 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

 517 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้ ] โดยที่เป็นการสมควรให้มีประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา บุคลากร และผู้ปฏิบัติงานอื่นในสถาบันอุดมศึกษาเพื่อเป็นหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา บุคลากรและผู้ปฏิบัติงานอื่นในสถาบันอุดมศึกษาเกี่ยวกับสภาพคุณงามความดีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดถือสาหรับการปฏิบัติงาน การตัดสินความถูกผิดการปฏิบัติที่ควรกระทำหรือไม่ควรกระทำ ตลอดจนการดำรงตนในการกระทำความดีและละเว้นความชั่ว จึงกำหนดประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา บุคลากรและผู้ปฏิบัติงานอื่นในสถาบันอุดมศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาพึงปฏิบัติตนเพื่อรักษาจริยธรรม ดังต่อไปนี้ (๑) ยึดมั่น ส่งเสริม สนับสนุน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยการแสดงออกถึงความภูมิใจในชาติ รักษาผลประโยชน์และชื่อเสียงของประเทศชาติปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ (๒) ซื่อสัตย์สุจริต พึงปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักวิชาอย่างตรงไปตรงมาด้วยความถูกต้องตามกฎหมายและตามทำนองคลองธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่แสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่มีนัยเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ รับผิดชอบต่อหน้าที่ มีจิตสานึกที่ดีต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม (๓) กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม โดยยึดมั่นในหลักการและถือปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ปราศจากอคติ กล้าแสดงความคิดเห็นหรือคัดค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้องโดยไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามอิทธิพลใด ๆ เพียงเพื่อรักษาประโยชน์หรือสถานภาพของตน (๔) ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน ไม่กระทำการอันมีลักษณะเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม พร้อมอุทิศเวลา แรงกายและสติปัญญาเพื่อสาธารณประโยชน์ในการทากิจกรรมหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นหรือสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน (๕) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความอุตสาหะ เสียสละ ทุ่มเทสติปัญญาความรู้ ความสามารถ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย ส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตบัณฑิต การวิจัย การสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรม การให้บริการทางวิชาการ และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมสร้างโอกาสการเข้าถึงการบริการการศึกษาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตโดยทั่วถึงและเท่าเทียมรักษาคุณภาพและมาตรฐานแห่งวิชาชีพ คำนึงถึงประโยชน์และความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรของรัฐนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในงานเพื่อให้ก้าวทันสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก (๖) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมและเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลโดยใช้ความรู้สึกหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเหตุผลของความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศ เพศสภาพ อายุ สภาพทางกาย สถานะทางเศรษฐกิจสังคม การศึกษาอบรม หรือการแสดงความคิดเห็นอันไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่แสดงกิริยา วาจา หรืออาการ ไม่ว่าทางตรง ทางอ้อม หรือด้วยวิธีอื่นใด ที่เป็นการเหยียดหยาม ล้อเลียน ประชดประชัน หรือดูแคลนผู้อื่น อีกทั้งพึงระมัดระวังไม่ให้ประชาชน ผู้ติดต่อราชการ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเกิดความรู้สึกว่าตนได้รับการปฏิบัติที่ด้อยกว่าบุคคลอื่นด้วย และต้องรักษาความเป็นกลางทางการเมือง (๗) ดำรงตนให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือศรัทธาของประชาชน รักษาวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร หมั่นฝึกฝนพัฒนาศักยภาพของตนให้มีความรอบรู้ในวิชาการและวิชาชีพหลีกเลี่ยงกระทำการใด ๆ อันนำมาซึ่งเหตุทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่และทางราชการ และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีด้วยการเคารพกฎหมายและมีวินัย ประมวลจริยธรรม อว. สำนักงานสภามหาวิทยาลัย

อ่านต่อ »
ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

“พระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต เมตตาวิพากษ์หลักสูตรวิทยาลัยพระธรรมทูต”

 344 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

 344 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้ ] วันศุกร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๐๙ น. พระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส เมตตาวิพากษ์และถวายคำแนะนำข้อเสนอแนะการจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตร สาขาวิชาพระธรรมทูต หลักสูตรปริญญาโทพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระธรรมทูต หลักสูตรปริญญาเอกพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระธรรมทูต ณ กุฏิรับรองวัดประยุรวงศาวาส กรุงเทพมหานคร พระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต เป็นพระมหาเถระ เจริญด้วยศีลสุตาธิคุณ เมตตาพรหมวิหารธรรม มีความสามารถปรีชาชาญปราดเปรื่องวิชาการทางธรรมและทางโลก ได้บำเพ็ญหิตานุหิตประโยชน์ต่อประเทศชาติ กิจการพระพุทธศาสนา บวรพระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีวิสัยทัศน์ในการบริหาร การศึกษา การเผยแผ่และการประดิษฐานพระพุทธศาสนา เป็นนักปราชญ์ผู้เป็นแบบอย่างแห่งวิถีชีวิตที่งดงามแก่สาธุชน เป็นครุฐานียบุคคลและปูชนียบุคคลของศิษยานุศิษย์ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ การนี้ พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ วิทยาลัยพระธรรมทูตเข้ารับฟังการวิพากษ์หลักสูตรวิทยาลัยพระธรรมทูต ประกอบด้วย พระมหาประยูร โชติวโร,ดร. รักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต ผศ.ดร.บุญมี พรรษา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ พระมหาวิเชียร สุธีโร ป.ธ.๙ ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาลัยพระธรรมทูต พระมหาศักดิ์ชาย โกวิโท ผู้อำนวยการสำนักงานวิชาการ วิทยาลัยพระธรรมทูต พระมหาไพฑูรย์ ปนฺตนนฺโท,ดร. พระมหาทองเก็บ ญาณพโล,ดร. พระมหาวรเดชา อคฺคเตโช,ดร. พระมหายงยุทธ กนฺตาโภ, ดร. อาจารย์ประจำวิทยาลัยพระธรรมทูต และ พระมหาสุเทพ สุวฑฺฒโน,ดร. นักวิเทศสัมพันธ์ โอกาสนี้ พระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต เมตตาวิพากษ์และถวายคำแนะนำการจัดทำหลักสูตร และการแนวทางการฝึกอบรมพัฒนาพระธรรมทูตในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พร้อมกับอนุโมทนาให้กำลังใจแก่ลูกศิษย์ทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ขอกราบขอบพระคุณ พระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต ที่เมตตาต่อคณะผู้บริหาร คณาจารย์และเจ้าหน้าที่วิทยาลัยพระธรรมทูต ด้วยความเคารพยิ่งครับ ฯ News: International Relations Division Reporter: Phra Siriwanna Siriwanno, IRD English News: Phra Siriwanna Siriwanno, IRD Picture:  Foreign Affairs of MCU

อ่านต่อ »
ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

อบรม/แนะนำการใช้งานระบบห้องสมุดอัตโนมัติให้กับบรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุด ใหม่ วันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2565

 437 รวมเข้าชม

 437 รวมเข้าชม ] รวมเข้าชม 3 , เข้าชมวันนี้ 3  อบรม/แนะนำการใช้งานระบบห้องสมุดอัตโนมัติให้กับบรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุด ใหม่ วันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2565 ส่วนหอสมุดกลาง ได้มีการอบรม/แนะนำการใช้งานระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ให้กับบรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุด ซึ่งเป็นบุคลากรใหม่ ประกอบด้วย 1. คุณเกษร วิทยาเกษตร์ บรรณารักษ์ จากวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี และ 2. คุณสุภชัย เสือสูงเนิน นักวิชาการคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยสงฆ์กำแพงเพชร ซึ่งทั้ง 2 ส่วนงานได้ส่งบุคลากรดังกล่าว เข้าเรียนรู้ระบบงานห้องสมุดอัตโนมัติ อันเป็นการส่งเสริมพัฒนาบุคลากรห้องสมุดให้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติงานและให้บริการแก่คณาจารย์ นิสิต/นักศึกษา บุคลากรมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี พระมหาประยุทธ์ ภูริปญฺโญ ผู้อำนวยการส่วนหอสมุดกลาง กล่าวต้อนรับก่อนเริ่มกิจกรรม ระบบงานห้องสมุดอัตโนมัติฯ ประกอบด้วย ระบบงานวิเคราะห์/ลงรายการทรัพยากรสารสนเทศ (Cataloging) , ระบบงานยืมคืน (Circulation), ระบบงานสมาชิก (Patrons), ระบบงานสืบค้น (OPAC) และการออกรายงาน (Report) โดยมีบุคลากรหอสมุดกลางเป็นผู้อบรม/ถ่ายทอดความรู้ในระบบงานต่างๆ ณ ส่วนหอสมุดกลาง อาคารสำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนหอสมุดกลาง สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชิวทยาลัย

อ่านต่อ »
ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

“ประชุมคณะกรรมการฝ่ายปฏิคมต่างประเทศ”

 401 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

 401 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้ ] วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายปฏิคม ต่างประเทศ พิธีประสาทปริญญา ประจำปี ๒๕๖๕ ณ ห้องประชุมพระมงคลสิทธาจารย์ สำนักทะเบียนและวัดผล อาคารเรียนรวม มจร ชั้น ๓ พระนครศรีอยุธยา มจร จัดให้มีพิธีประสาทปริญญา ระหว่างวันที่ ๘-๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ การนี้ มีท่านผู้เกียรติชาวต่างประเทศเดินทางมารับปริญญากิตติมศักดิ์ รวมทั้งนิสิตจากสถาบันสมทบ มจร ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทรวมประมาณ ๕๘ รูป/ คน จักเดินทางมาร่วมพิธีอันทรงเกียรตินี้ การนี้ มีผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตซึ่งเป็นคณะกรรมการฝ่ายปฏิคมต่างประเทศ เข้าประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงฯ News: International Relations Division Reporter: Phra Siriwanna Siriwanno, IRD English News: Phra Siriwanna Siriwanno, IRD Picture:  Foreign Affairs of MCU กองวิเทศสัมพันธ์

อ่านต่อ »
ข่าวกิจกรรมส่วนกลาง
Avatar

“ประชุมเตรียมงานพิธี MoU และ พิธีประสาทปริญญาบัตร”

 222 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้

 222 รวมเข้าชม,  1 เข้าชมวันนี้ ] วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๓๐ น. พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ วิทยาลัยพระธรรมทูตและกองวิเทศสัมพันธ์ ณ ห้องประชุมวิทยาลัยพระธรรมทูต อาคารเรียนรวมชั้น ๓ มจร พระนครศรีอยุธยา วาระสำคัญของการประชุมคือ (๑) การเตรียมงานพิธีลงนาม MoU ระหว่างวัดจงไถซานและ มจร ในวันอังคารที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ ห้องประชุม ๔๐๑ อาคารสำนักงานอธิการบดี มจร พระนครศรีอยุธยา (๒) การเตรียมงานพิธีต้อนรับอาคันตุกะต่างประเทศที่จะเดินทางมาร่วมพิธีประสาทปริญญาบัตร ในวันที่ ๑๐-๑๑ ธันวาคม ศกนี้ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยพระธรรมทูตและกองวิเทศสัมพันธ์ เข้าประชุม อาทิ พระมหาประยูร โชติวโร,ดร. ผู้รักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต ผศ.ดร.บุญมี พรรษา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ พระมหาวิเชียร สุธีโร ป.ธ.๙ ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาลัยพระธรรมทูต พระมหาโกศล ธีรปญโญ ผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์ พระสิริวรรณะ สิริวณฺโณ รองผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์ ฯ News: International Relations Division Reporter: Phra Siriwanna Siriwanno, IRD English News: Phra Siriwanna Siriwanno, IRD Picture:  Foreign Affairs of MCU กองวิเทศสัมพันธ์

อ่านต่อ »