1,296 รวมเข้าชม, 3 เข้าชมวันนี้
1,296 รวมเข้าชม, 3 เข้าชมวันนี้ ] คติอรัญวาสี: จากลังกาสู่อาเซียนยุคเริ่มต้น อรัญวาสี (อะ-รัน-ยะ-วา-สี) แปลว่า ผู้อยู่ในป่า ผู้อยู่ประจำป่า อรัญวาสี ใช้เรียกกลุ่ม/คณะสงฆ์โบราณคณะหนึ่งประจำการ/ตั้งอยู่ในป่าห่างชุมชนเมืองบางครั้งอยู่รอบๆ เมืองที่เป็นพระนครหรือกำแพงเมืองเน้นคันถะธุระการศึกษาเล่าเรียน เรียกว่า คณะอรัญวาสี คณะตรงกันข้ามเรียกว่าคามวาสี ประจำการ/ตั้งวัด/สังฆารามอยู่ในเขตชุมชนบ้าน หรือเมือง อรัญวาสี ปัจจุบันหมายถึงภิกษุผู้อยู่ในป่า มักเรียกทั่วไปว่า พระป่า ประเทศไทยมีกิจวัตรประจำวันเน้นหนักไปในทางวิปัสสนาธุระพัฒนาจิตเจริญปัญญา นุ่งห่มด้วยผ้าสีปอน ไม่ฉูดฉาดหรือสีกรัก มุ่งการปฏิบัติธรรมและการเผยแผ่เป็นหลัก ไม่เน้นงานด้านการบริหารปกครอง การศึกษาพระปริยัติธรรม และสาธารณูปการหรือการก่อสร้างพัฒนาวัด บางครั้ง อรัญวาสี มักถูกนำมาใช้เป็นสร้อยนามสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ระดับพระราชาคณะขึ้นไปเพื่อแสดงให้รู้ว่าเป็นพระป่า เช่น พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ หากแต่ท่านก็ยังเกี่ยวข้องกับสังคมชุมชนอยู่มากเช่นกัน พัฒนาการอรัญวาสีในลังกา แนวทางอรัญวาสีเริ่มปรากฏชัดเจนเริ่มแรกของพุทธศาสนาในลังการาว พ.ศต.ที่ 3 ก่อนมีการเรียกมหาวิหาร แห่งแรกที่เมืองอนุราธปุระเมืองหลวงแห่งแรกของศรีลังกา/สิงหล พฤติกรรมของคณะสงฆ์โดยธรรมชาติมักมีการดำรงชีวิตที่อาศัยชุมชนบ้าน เมือง อยู่แล้ว และอีกกลุ่มมากอยู่อาศัยถ้ำหรือเชิงผา ภูเขาเป็นที่พำนักมาก่อน เช่น มิหินตาเล หรือ มิสสกบรรพต ที่พำนักพระมหินทร์เถระ ต่อมามิหินตาเลเป็นที่รู้จักเนื่องจริยวัตรปฏิบัติเคร่งครัดกว่าพวกอยู่ในเขตชุมชน บ้าน เมือง ถึงกล่าวว่าเป็นที่พำนักของพระอรหันต์โดยพุทธโฆสาจารย์ มิหินตาเลจึงเป็นต้นแบบของวัด สังฆารามที่สร้างขึ้นตามป่าเขาในเวลาต่อมา เช่น เวสสคีรียะ หรือ สีคีรียะ นอกจากนี้ พระกลุ่มนี้เน้นไปที่ใช้ธุดงค์ เช่น ถือผ้าบังสุกุล เป็นหลัก อยู่ป่าเป็นหลัก เรียกกลุ่มนี้ว่า ปังสุกุลิกะ (ตรงข้ามกับกลุ่มธรรมกถิกา/ธมฺมกถิกา พวกเน้นสายปริยัติและเทศนา) หากแต่กลุ่มนี้แต่ละคณะก็ยังสังกัดอยู่ตามคณะวิหารแตกต่างกัน เรียกว่า มหาวิหาร อภัยคิรีวิหาร และเชตวิหาร แม้คณะสงฆ์ลังกามักอ้างปริยัติเพื่อสืบต่อพระศาสนาก็ตามจนถึงยุคหลังอรรถกถาจึงเริ่มมีขบวนการผู้ที่อยู่ป่าปรากฏขึ้นชัดเจน เรียกกลุ่มนี้ว่า กลุ่มปังสุกุลิกะ/อรัณยกะ ต่อมาเรียกว่า อรัญวาสี/วนวาสี เพราะก่อนนี้ยุคปริยัติให้น้ำหนักที่ปริยัติแข่งขันระหว่างสำนักนิกายด้านปริยัติ พระสงฆ์สายป่านี้เริ่มมาปรากฏเป็นขบวนการพุทธใหม่สมัยนั้นชัดดังคัมภีร์มหาวงศ์กล่าวถึงกลุ่มพระป่าอรัญญกะ/อรัณยกะ ตั้งแต่ พ.ศต.ที่ 12 ในเมืองอนุราธปุระ สังกัดอยู่ในสำนกนิกายทั้งสาม ซึ่งก่อนนี้เน้นด้านปริยัติ /คันถะธุระ คติอรัญวาสีนี้เองจึงมาจากกลุ่มคณะสงฆ์ที่เหนื่อยหน่ายกับการศึกษาปริยัติที่มีมากจนเกินไป และเน้นรวมกลุ่มกันศึกษาอยู่ที่มหาวิหาร เพื่อศึกษาปริยัติ และยุคทองของวรรณกรรมปาลีของฝ่ายมหาวิหารพึ่งผ่านพ้นไป ประจวบเหมาะกับภัยสงครามหลายครั้งที่ทำให้พระสงฆต้องหนีภัยสงครามไปอยู่ตามป่าเขาในถ้ำลึก เพิง ตามรอบนอกเขตชุมชน ขบวนการปังสุลิกะ/อรัณยกะจึงเริ่มมีมากขึ้นอยู่รอบๆ